“ผมเลี้ยงในพื้นที่ 1 ไร่ เมื่อครบ 8 เดือนจับมาได้ราว 8 ตัน ราคาส่งอยู่ที่ กก. 100-120 บาท ขายปลีก กก. 200 บาท โดยตลาดหลักจะมีแม่ค้ามารับซื้อ ส่วนหนึ่งส่งร้านอาหาร พบว่าพื้นที่ 1 ไรจะมีรายได้เรือนล้านบาท” หลังจากที่คลุกคลีอยู่กับวงการเลี้ยงน้ำจืด ที่เน้นปลาแม่น้ำมานาน 13 ปี ล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน “เทพประสิทธิ์ ทำนม”ที่รู้จักในนาม “พฤษภา ธรรมพนม” หรือ “อ.ต่อ” หันมาทดลองเลี้ยง “ปลาหมู” ด้วยการสผมพันธุ์เทียมในบ่อซีเมนต์ ก่อนปล่อยลงในบ่อดิน พบว่า พื้นที่ 1 ไร่ ปล่อยปลาหมูได้ 1 แสนตัว เลี้ยง 8 เดือนจับได้ 8 ตันขายส่ง กก.ละ 100-120 บาท ขายปลีก กก.200 บาท เลี้ยงรุ่นเดียวรายได้เรือนล้านบาท

พฤษภา บอกว่า ปกติเป็นเพาะเลี้ยงปลาแม่น้ำอยู่แล้ว ตั้งแต่ปลากด ปลากดคัง ปลาหลด ปลากระทิง และอีกหลายชนิดที่ฟาร์ม อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ตอนหลังพบว่า ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา มีพ่อค้าจากเวียดนาม มากว้านซื้อ”ปลาหมู” ในราคา กก.ละ 600-700 บาท ในฐานะที่เป็นคนชอบเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลาแม่น้ำ และปลาที่อาศัยในแหล่งน้ำธรรมชาติ มองว่าปลาหมู น่าจะเป็นปลาเศรษฐกิจตัวใหม่ เพราะเนื้อมีรสชาติที่อร่อย นุ่ม มัน และที่สำคัญมีต่างชาติมากว้านซื้อกันแล้ว พอไปสำรวจดูพบว่าปัจจุบันปลาหมูลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว จึงศึกษาทดลองเลี้ยงดูเมื่อ 2 ปีก่อนพบว่า วิธีการผสมเทียม จะสามารถสร้างประชากรของปลาหมูได้ดี

เขา บอกว่า กว่าจะได้เพาะพันธุ์และเลี้ยงหมูได้ ต้องทดลองหลายวิธี คือจับพ่อพันธุ์แม่จากธรรมชาติมา ปล่อยในบ่อดิน เลี้ยงในกระชังที่น้ำไหล และสร้างบ่อปูน หรือบ่อซีเมนต์ให้ผสมพันธุ์ แต่ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ พบว่าอัตราการขยายตัวน้อยมาก จึงนำพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ปล่อยลงในบ่บ่อซีเมนต์ ขนาด 2×2 เมตร ปล่อยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ 4 คู่ สังเกตดูช่วงอาการที่แสดงออกถึงอาการติดสัตว์ จากนั้นจับตัวผู้มารีดเชื้อ เพื่อฉีดในช่องผสมพันธุ์ของตัวเมีย พบว่าแม่พันธุ์ 4 ให้ไข่มานับหมื่นฟอง ในจำนวนนี้มีอัตรารอดครึ่งหนึ่งหรือ ราว 4,000-5,000 ตัวปล่อย พออนุบาลได้ระหนึ่งปล่อยลงในบ่อดิน หรือสระน้ำขนาด 1 ไร่ จะปล่อยลูกปลาหมูลง 1 แสนตัว

“ชุดแรกที่ผมเลี้ยงในพื้นที่ 1 ไร่ เมื่อครบ 8 เดือนจับมาได้ราว 8 ตัน ราคาส่งอยู่ที่กก. 100-120 บาท หากขายปลีก กก. 200 บาท โดยตลาดหลักจะมีแม่ค้ามารับซื้อ ส่วนหนึ่งส่งร้านอาหาร พบว่าพื้นที่ 1 ไรจะมีรายได้เรือนล้านบาท หักต้นทุนแล้วยังมีกำไรมากกว่าครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ผมย้ายฟาร์มไปอยู่ที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น หันมาขยายพันธุ์อย่างจริงจัง แต่เน้นเลี้ยงเองอยู่ครับ มีขายบ้างเล็กน้อย ในราคาตัวละ 3 บาท” พฤษภา กล่าว

ส่วนอาหารของปลาหมูนั้น เขาบอกว่า ส่วนหนึ่งจะให้อาหารปลาดุก มาละลายน้ำปั้นเป็นก้อนโยนลง อีกส่วนหนึ่งในหอยเชอรี่ หอยขม รวมถึงหอยโข่ง ทุบให้แตกโยนลงในบ่อเลี้ยง เพราะปลาหมูเป็นที่หากินในหน้าดิน โดยเฉลี่ยแล้วพื้นที่ 1 ไร่ เลี้ยงปลาหมู 1 แสนตัว ให้อาหารวันละราว 5 กก. หรือเดือนละราว 5-7 กระสอบ คิดเป็นเงิน 2,000 บาท เลี้ยง 8 เดือนเท่ากับค่าอาหาร 16,000 บาทหักค่าแรงวันละ -350 บาท 8 เดือนเท่ากับ 8.4 หมื่นบาท จิปาทะอีกรวมแล้วไม่ถึง 2 แสนบาท ต้นทุนจะสูงเฉพาะครั้งแรกที่ต้องจัดการเรื่องขุดบ่อนั่นเอง

“ที่จริงปลาหมูในบ้านเราจะอยู่ตามแม่น้ำ ที่พบมากในแม่น้ำโขง แม่น้ำสาย่อย แม่เจ้าพระยา น้ำมูล แม่น้ำน่าน ชอบน้ำไหล แต่พอเลี้ยงในบ่อก็เลี้ยงได้ครับ ตัวโตด้วย ตก 8 -12 ตัวต่อ 1 กก.มีเท่าไรขายได้หมด” เขา กล่าว
สำหรับปลาหมู เป็นปลาหนังขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายปลานวลจันทร์ แต่ไม่มีเกล็ด ขนาดยาวเฉลี่ยราว 8-10 ซม.แต่เคยพบในแหล่งน้ำธรรมชาติยาวกว่า 12 ซม.จะพบกระจายพันธุ์ในแหล่งน้ำจืดของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลวดลายที่เป็นลายโค้ง รูปร่างที่เพรียวเป็นทรงกระสวยและมีส่วนของจมูกและปลายปากที่แหลมยาวกว่า

สำหรับประเทศไทยจะพบปลาหมูขาว, ปลาหมูหางแดง, ปลาหมูหางเหลือง ปลาหมูลายจุด ปลาหมูน่าน เป็นกลุ่มปลาหมูที่พบในประเทศจีน นอกจากในประเทศไทยแล้ว ประเทศที่อยู่ในเขต ลุ่มน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากจีนตอนใต้ อย่างลาวและเวียดนาม ก็มีปลาหมูในสกุลนี้อาศัยอยู่เช่นกัน เลี้ยงง่ายไม่ก้าวร้าวด้วย
การเลี้ยงปลาหมูก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากมีคนเลี้ยงน้อย ตลาดยังมีความต้องการ ปลาชนิดนี้ทำอาหารได้หลายอย่างและรสชาติอร่อย หากินยากด้วย
Cr. https://kasettumkin.com

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here