ใบไม้เขียวสดรูปสามเหลี่ยมขอบใบหยักๆ รูปทรงแปลกตา หลายคนคงอาจไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก แต่ถ้าเป็นคออาหารญี่ปุ่นจะคุ้นเคย เห็นบ่อย แต่ก็ยังไม่รู้จักอยู่ดีว่าเป็นใบอะไร ใบไม้นี้มีชื่อว่าโอบะหรือชิโสะ ต้นโอบะเป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับกะเพรา โหระพา และสะระแหน่ กระจายพันธุ์อยู่ในประเทศญี่ปุ่น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน แต่ที่นิยมคือใบที่มีรูปทรงกลมปลายแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย กลิ่นหอมฉุน

สำหรับในประเทศไทย เริ่มมีการนำเมล็ดพันธุ์เข้ามาปลูกในเขตพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ แต่ด้วยเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ทุกที่ของประเทศไทย จึงเริ่มมีการนำมาปลูกบริเวณภาคกลางของประเทศ ดังเช่นที่สวน คุณชาลี คำรักษ์ เกษตรกรผู้ปลูกใบโอบะ จำนวน 5 ไร่ ที่อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

“โอบะ เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ในพื้นที่ดินร่วนซุยและน้ำไม่ท่วมขัง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีแดดรำไร แสงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น พื้นที่ปลูกต้องทำโรงเรือนที่พรางแสง แต่อากาศภายในต้องถ่ายเทสะดวก”
คุณชาลี เล่าให้ฟังว่า ต้นโอบะจะใช้ระยะเวลาปลูก ประมาณ 50-60 วัน โดยนำเมล็ดไปแช่ในน้ำอุ่น 3 ชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดไปหว่านลงในกระบะเพาะที่มีดินปลูกผสมทั่วไปที่ขายตามท้องตลาด ประมาณ 10 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกและแตกใบคู่แรกออกมา

 

จากนั้นให้แยกออกไปปลูกในถาดหลุม หลุมละ 1 ต้น และอีกประมาณ 10 วัน จึงนำลงปลูกในแปลงที่มีลักษณะเป็นหลังเต่าได้ โดยคุณชาลีบอกว่า ขนาดความกว้างแปลง ประมาณ 30 เซนติเมตร ความยาวขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ และระยะห่างระหว่างต้น 60 เซนติเมตร
นอกจากการเพาะเมล็ดแล้ว ต้นโอบะก็สามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เนื่องจากคุณภาพใบและปริมาณการเก็บเกี่ยวจะด้อยกว่าการปลูกด้วยเมล็ด“จะเริ่มเก็บใบ ประมาณเดือนที่ 2-3 หลังจากลงแปลงแล้ว ซึ่งต้นโอบะจะมีอายุการเก็บได้ประมาณ 4-5 เดือน เพราะจากนั้นต้นจะเริ่มโทรม ใบเริ่มมีขนาดเล็กลง เราตัดแต่งกิ่งหรือปลูกใหม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพของต้นและแปลงปลูก”
คุณชาลี บอกอีกว่า ต้นโอบะดูแลง่าย แต่ละวันจะเดินดูโรคและแมลง ให้น้ำวันละ 1 ครั้ง ฉีดปุ๋ยบำรุงต้นและใบสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และถ้าหากต้นมีปริมาณใบเยอะมากเกินไป ก็จะแต่งทรงพุ่มให้โล่ง เพื่อให้แสงส่องผ่านทรงพุ่ม เป็นการป้องกันโรคและแมลงที่พร้อมจะเข้าทำลาย

สำหรับต้นทุนการสร้างโรงเรือน เมล็ดพันธุ์ สารเคมี และการวางระบบน้ำ คุณชาลี บอกว่า พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ต้นทุนประมาณ 50,000 บาท ซึ่งในพื้นที่ 3 ไร่ คุณชาลีสามารถเก็บใบโอบะจำหน่ายได้ทุกวัน ใบละ 60 สตางค์ ถึง 1 บาท
ใบโอบะ เป็นพืชที่มีกลิ่นหอมฉุน มักจะเสิร์ฟมากับปลาดิบ เป็นผักสลัด หรือเป็นวัตถุดิบปรุงซุปหรือสตู แถมเมล็ดยังมีสารอาหารประเภทวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี นำมาสกัดเป็นน้ำมันปรุงอาหารได้ นับว่าเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจทีเดียว

รู้แบบนี้แล้ว ครั้งหน้าสั่งอาหารญี่ปุ่นมา ก็อย่าลืมลองชิมเจ้าใบโอบะนี้ดูนะ
สำหรับใครที่สนใจพืชชนิดนี้ คุณชาลี แนะนำว่าให้ศึกษาตลาด เรียนรู้กระบวนการและวิธีการปลูกให้ดี ถึงแม้จะเป็นพืชที่มีราคาดี แต่ก็เป็นพืชเฉพาะกลุ่ม ดังนั้น ใครที่สนใจปลูกทำเป็นธุรกิจ แต่ยังเริ่มต้นไม่ถูก สามารถขอคำปรึกษาจาก คุณชาลี คำรักษ์ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ (089) 772-2531
ที่มา: http://www.sanook-d.com

Home

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here