อะโวคาโด้ เป็นไม้ยืนต้น ไม่ผลัดใบ ขนาด กลางถึงใหญ่ แม้ว่าจะถูกจัดเป็นไม้ไม่ผลัดใบแต่บางสายพันธุ์จะทิ้งใบช่วงสั้น ๆ ระหว่างออกดอก ทรงพุ่มอาจเป็นพุ่มต่ำ ทึบ สมมาตร หรือสูงชะลูด และไม่สมมาตร กิ่งเปราะ หักง่ายเมื่อโดนลม หรือเมื่อติดลูกมาก ๆ

ใบยาว 3-6 นิ้ว รูปใบมีหลายแบบ ทั้งทรงรีรูปไข่ รีกว้างรูปไข่ และใบหอก ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ โดยมากใบอ่อนมักมีขน และสีออกแดง ส่วนใบแก่มักเรียบ สีเขียวเข้ม
ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ (มีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมีย) สีเขียวอมเหลือง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1.3 ซ.ม.
ผลมีเมล็ดขนาดใหญ่ หุ้มด้วยเนื้อผลที่มีลักษณะเหมือนเนย (buttery pulp) เปอร์เซ็นต์ไขมันในเนื้อมีตั้งแต่ 3-25% ผิวของเปลือกผล อาจเรียบหรือขรุขระ เมือสุกอาจเป็นสีเขียว ดำ ม่วง หรือ ออกแดงขึ้นกับสายพันธุ์ ทรงผล มีตั้งแต่ รูปทรงรี หรือคล้ายปีรามิด ผลโดยมากมักจะไม่สุกจนกว่าจะร่วง หรือถูกเด็ด ออกจากต้น โดยมาก การเก็บเกี่ยวผลจะดูจากช่วงเวลาและขนาดของผล เป็นหลัก

เราสามารถ เพาะ อะโวคาโด้ จากเมล็ดได้ง่าย ๆ โดยวิธีการดังนี้

  1. เวลาปอกอะโวคาโด้ ควรระวังไม่ให้เมล็ดเสียหาย
  2. ล้างให้สะอาด เมล็ดมีด้านที่จะงอกเป็นต้น และเป็นราก เวลาเพาะให้เอาด้านที่เป็นรากลง
  3. ให้หันด้านที่เป็นรากลง และนำไม้จิ้มฟัน 3-4 อัน เสียบลงไปรอบอะโวคาโด โดยเสียบเอียงขึ้นเล็กน้อย นำไปวางไว้บนแก้วน้ำ เติมน้ำให้ถึงครึ่งหนึ่งของเมล็ด
  4. นำแก้วไปวางไว้ริมหน้าต่างที่มีแสงส่องถึง เปลี่ยนน้ำทุก 2-3 วัน รอจนกว่า ราก และต้นจะงอก รอให้ต้นสูงประมาณ 20 ซม.จึงย้ายลงปลูก

อะโวคาโด้ เป็นพืชไม่ทนน้ำท่วมขัง ควรปลูกในที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง หรือควรยกร่องปลูก ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน แต่สามารถปลูกได้ทั้งปี ถ้ามีระบบชลประทาน ระยะปลูก 8×6 เมตร สำหรับพันธุ์ รูเฮิล (Ruehle), ปีเตอร์สัน (Peterson), แฮส (Hass), และ บัคคาเนีย (Buccanaer) ถึง 8×10 สำหรับพันธุ์ บูธ 7 (Booth 7), บูธ 8 (Booth 8) และ ฮอล (Hall)

การปลูก ก่อนปลูกให้นำต้นพันธุ์ ออกไว้กลางแจ้ง เพื่อปรับสภาพสัก 2-3 วัน ขุดหลุมขนาดกว้าง,ยาว,ลึก 60x60x60 ซม, ใส่ปุ๋ยคอก ประมาณ 1-2 ปุ้งกี่ หรือปุ๋ยโวก้าอินทรีย์ 1 กำมือ นำลงปลูก กลบดินผสมปุ๋ยลงไปในหลุมให้แน่น ค้ำต้นด้วยไม้ไผ่ ใช้ฟาง แกลบ หรือเศษไม้ คลุมรอบโคนต้น เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ให้น้ำทุกวันวันละ 15 ลิตร หรือวันเว้นวัน วันละ 30 ลิตร จนถึงอายุประมาณ 1 ปี จึงลดการให้น้ำเหลือ สัปดาห์ละครั้ง สำหรับต้นใหญ่ให้น้ำทุก 15 วัน การป้องกันแมลง ให้ใช้ เมทเทลซิล (Metalexyl) 100 กรัม หรือ ไรโดมิล (Ridomil) 50 กรัม ต่อต้นทุก 3 เดือน

การให้ปุ๋ย ให้ปุ๋ย ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแตสเซียม (K) ในอัตราส่วน 3-1-1 โดยผสมปุ๋ยยูเรีย 1 ส่วนต่อปุ๋ยสูตรเสมอ (15-15-15) 2 ส่วน สลับกับปุ๋ยโวก้าอินทรีย์ ปริมาณปุ๋ยในปีแรก เริ่มให้หลังปลูก 2 เดือน ให้ปุ๋ย ต่อต้นประมาณ 200 กรัม ทุก 3 เดือน ปีที่ 2 ให้ 400 กรัม สำหรับ ปีที่ 3 หรือปีต่อ ๆ ไปซึ่งเป็นช่วงที่อะโวคาโดให้ผลผลิต ให้ปุ๋ย ปริมาณ 500 กรัม ช่วงต้นฝนกับกลางฝน ช่วงปลายฝน งดให้น้ำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการออกดอก

การใส่ปุ๋ยอินทรีย์โวก้า เสริมสารแอคทีฟซิลิคอนนั้นเป็นประโยชน์มากต่อต้นอะโวคาโด้ เนื่องจากแอคทีฟซิลิคอน จะถูกอะโวคาโด้ดูดเข้าไปสะสมตามผนังเซลของพืชทำให้ ต้นอะโวคาโด้ ต้านทานโรคเน่าได้ดีขึ้น นอกจากนี้ แอคทีฟซิลิคอนยังช่วย ปรับสภาพดินบริเวณรากให้ร่วนซุย ทำให้น้ำ อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้นเป็นการป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบรากอีกทางหนึ่ง

สำหรับอะโวคาโด้ที่เสียบยอดนั้น ถ้าดูแลดีจะให้ผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 3 ส่วนอะโวคาโด้เพาะเมล็ดจะให้ผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 8 หากต้นยังไม่โตพอ ในช่วงปีแรก ๆ ควรปลิดผลทิ้งเพื่อเร่งการเจริญเติบโตทางต้นให้เต็มที่เสียก่อน
การตัดแต่งกิ่ง เมื่ออะโวคาโด้มีความสูงเลยเข่าขึ้นมาให้ตัดยอดทิ้งให้เหลือแต่ตอ จะทำให้อะโวคาโด้แตกยอดขึ้นมาใหม่ 3-4 ยอด ในช่วงการเจริญเติบโต ให้ตัดกิ่งแห้ง เป็นโรค กิ่งทับซ้อนกัน กิ่งบังแสง กิ่งกระโดง ออก โดยเน้นให้แผ่ไปด้านข้าง และตัดให้ทรงต่ำเพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยว การตัดแต่งกิ่งจะทำอีกครั้ง หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดยตัดกิ่งแห้ง เป็นโรค และช่อของกิ่งผล (ควั่น) ที่ติดอยู่บนต้น หลังจากตัดแต่งกิ่งแล้วก็ให้ปุ๋ยโวก้าอินทรีย์ ร่วมกับปุ๋ยยูเรีย เพื่อบำรุงต้น

โรคที่สำคัญในอะโวคาโด คือโรครากเน่า เมื่อเกิดแล้วบริเวณปลายกิ่งจะเหี่ยวจนถึงโคนต้น ป้องกันโดยการระบายน้ำให้ดี และใช้ต้นตอทนโรค คือพันธุ์ Duke-7 สำหรับกิ่งพันธุ์ในโรงเรือน ผสม เด็กซอน (Dexon) 20ppm ใส่ในน้ำรดกิ่งพันธุ์ อีกโรคคือ โรคแอนแทรกโนส ซึ่งเข้าทำลายได้ทั้งใบและผล จะสังเกตุได้จากจุดสีน้ำตาล บริเวณใบ การป้องกัน เมื่อมีการแตกใบอ่อนแล้วให้ฉีด คาร์เบนดาซิน หรือไซเปอร์เมททริน เพื่อป้องกันโรค แมลง
ที่มา: http://www.kasetnumchok.com

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here