วันนี้เราขอนำเสนอ วิธีการออกแบบ เล้าเป็ด ให้อยู่แบบสบาย ออกไข่เยอะๆ เป็ดไม่เครียด ลงทุนไม่มากสามารถทำได้จริง รายได้งามได้จริง มาดูกันเลยครับ ว่าจะมีวิธีการแบบใดมาดูกัน ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ หนองสามพราน ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ที่นั่นมี ผู้ใหญ่พิเชษฐ์ เจริญพร เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ได้มีแปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ของ ผู้ว่าหัวใจเกษตร นายศักดิ์ สมบุญโต และสำนักงานเกษตร จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยเกษตรกรรมที่หลากหลาย ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ จัดให้ครบครัน

แต่ละส่วนของเกษตรกรรม ที่ดำเนินการขึ้น ถือว่าน่าสนใจทั้งสิ้น มีความรู้มากมายให้ค้นหา และที่จะนำมาบอกกล่าวในครั้งนี้ก็คือ การเลี้ยงเป็ดไข่ โดยเฉพาะการออกแบบโรงเรือน หรือเล้าเป็ด ที่ทำเป็นห้องหับ ให้มีสัดส่วนต่าง ๆ อย่างลงตัว มันโดนใจผู้เขียนสุด ๆ ส่วนจะโดนใจผู้อยู่อาศัยคือเป็ดแค่ไหน เดี่ยวไปหาคำตอบกัน

ได้แรงบันดาลใจหรือว่ามีแนวคิดอย่างไร

ผมเริ่มจากความคิดที่ว่า ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ คือเรามาคิดว่า ธรรมชาติของเป็ด ชอบอยู่อาศัยอย่างไร ทีนี้พื้นที่ของเราตรงนี้มันขาดน้ำ น้ำมีน้อย ทำอย่างไร จึงจะเลี้ยงเป็ดได้ ก็เลยทำเป็นสระน้ำเล็ก ๆ ขึ้นมา และคิดต่อว่าน้ำที่ใช้เลี้ยงเป็ดนั้น เราจะต้องเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ จะใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง เราเริ่มจากตรงนี้

แบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยอย่างไรบ้าง

ในการออกแบบเล้าเป็ด หรือโรงเรือนเลี้ยงเป็ดของเรา มีขนาดพื้นที่ 12X12 เมตร เลี้ยงเป็ดได้ 350-400 ตัว เราได้ออกแบบให้มีพื้นที่ต่างๆ เป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 เป็นสระว่ายน้ำ ใช้พื้นที่ประมาณ 1 ส่วน (1 ใน 5 ส่วนของพื้นที่ทั้งหมด) ขนาด 4X4 เมตร น้ำลึกประมาณ 40 ซ.ม. โดยจะออกแบบให้มีระบบท่อเติมน้ำและระบบน้ำล้นไว้ จะมีการเปลี่ยนน้ำทุก 3 วัน สิ่งสำคัญได้ออกแบบให้มีท่อน้ำทิ้ง ที่ต่อท่อไปยังแปลงปลูกพืช วิธีนี้จะทำให้น้ำกลายเป็นปุ๋ยไปในตัว น้ำที่เปลี่ยนทุก 3 วัน เราจะนำไปรดพืชผัก และไม้ผลต่างๆ เป็นปุ๋ยไปในตัว

ส่วนที่ 2 พื้นที่พักอาศัย (ห้องพัก) ใช้พื้นที่ประมาณ 3 ส่วน (3 ใน 5 ส่วนของพื้นที่ทั้งหมด) ในส่วนนี้จะทำเป็นหลังคากระเบื้องลอนใหญ่ ออกแบบเพื่อไว้ให้เป็ดพักผ่อน โดยที่พื้นดินนั้นจะใช้ฟางข้าวปู และเมื่อเกิดความชื้นหรือเปียกก็จะปูทับไปเรื่อยๆ

ประโยชน์ของฟางข้าว ที่ปูทับไปเรื่อยๆนี้ เมื่อเป็ดรุ่นหนึ่งหมดอายุไข่ ก็จะรื้อเปลี่ยนทีหนึ่ง และนำฟางข้าวนี้ไปเป็นปุ๋ยต่อไป นอกจากนี้ภายในห้องพักนี้ ได้แบ่งพื้นที่มุมหนึ่ง ที่ติดกับผนังให้มีส่วนของที่วางไข่ โดยใช้อิฐบล็อก 1 ก้อนก่อขึ้นทำเป็นช่องๆ ขนาดกว้าง 40 ซ.ม. สูง 20 ซ.ม. และใช้ไม้กระดานปูด้านบน มีทั้งหมด 10 กว่าช่อง และแต่ละช่องจะทำเป็นแอ่งกระทะ มีฟางรองให้เป็ดนอนไข่ อย่างสบายใจ ไม่ต้องมีเพื่อนเป็ดตัวใด มารบกวน ซึ่งเป็ดแต่ละตัวจะเข้าไปวางไข่หมุนเวียนกัน

วิธีการออกแบบที่วางไข่แบบนี้ จะทำให้สะดวกต่อการเก็บไข่ ไม่ให้ไปไข่ตรงนั้นตรงนี้ ซึ่งบางทีก็เลอะเทอะ และสิ่งสำคัญที่วางไข่ที่ทำเป็นช่อง ๆ แบบนี้เป็ดจะรู้สึกสงบ โดยธรรมชาติเป็ด จะขี้ตกใจ

ส่วนที่ 3 พื้นที่เดินเล่นกลางแจ้ง ใช้พื้นที่ประมาณ 1 ส่วน (1 ใน 5 ส่วนของ พื้นที่ทั้งหมด) ไว้เพื่อให้เป็ดเดินเล่น ออกกำลังกาย และรับแสงแดด  ตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ในการทำรั้วล้อมรอบโรงเรือน จะใช้อิฐบล็อกจำนวน 2 ก้อน ก่อสูงขึ้นมา และต่อด้วย ข่ายพลาสติก แบบหนาสูงขึ้น อีกประมาณ 1 เมตร เพื่อป้องกันเป็ด ออกนอกเล้า และที่ต้องใช้อิฐบล็อกก่อตรงพื้นดิน ก็เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน เข้ามาได้ โดยเฉพาะพวกงู ที่มักมาเยี่ยมเยือน แบบไม่รับเชิญ เป็ดอยู่กันอย่างมีความสุข ใครใคร่ทำกิจกรรมอะไร ก็จะมีพื้นที่เป็นสัดส่วน

เล้าเป็ดแบบนี้ จะดีต่อคุณภาพชีวิต หรือการออกไข่อย่างไรบ้าง

เรื่องแรกผมคิดว่า ทำให้การบริหารจัดการง่ายขึ้น เช่น ควบคุมให้เป็ดกินอยู่ ด้วยกันไม่ให้ไปไหนไกล ป้องกันสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ มีที่วางไข่เป็นสัดส่วน ดูแลความสะอาดได้ ฯลฯ เรื่องที่ว่ามีผลต่อการออกไข่ หรือไม่นั้น อาจจะไม่ชัดเจนนัก แต่ก็คิดว่ามีส่วนอยู่บ้าง มันเหมือนกับว่าเราให้เป็ดอยู่บ้าน ที่มีความปลอดภัย มีอาหารการกินอย่างดี มีที่ออกกำลังกาย มีที่ว่ายน้ำ ฯลฯ ก็ย่อมจะส่งผลต่อสุขภาพของเป็ด เมื่อเป็ดมีความสุข ก็จะทำให้เป็ดออกไข่สม่ำเสมอ อย่างเช่น ตอนนี้เราเลี้ยงเป็ด ทั้งหมด จำนวน 300 ตัว ก็จะออกไข่ได้วันละประมาณ 85 % ซึ่งก็ถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราพอใจ

หากจะสร้างเล้าเป็ดแบบนี้ขนาดนี้ใช้ทุนมากไหม

ผมใช้ทุนค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงทั้งหมด ประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท ของเราเน้นความยั่งยืน สร้างแข็งแรงหน่อย แต่ถ้าเกษตรทำเอง ก็ไม่จำเป็นต้อง ลงทุนสูงแบบของเรา ให้ใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่น เช่น ใช้โครงสร้างไม้ หลังคามุงจากหรือแฝก ฯลฯ ก็คิดว่ามีทุน 2 หมื่นก็น่าจะทำได้แล้ว

ความคุ้มทุนเลี้ยงเป็ดไข่ดีอย่างไร

เป็ดตัวหนึ่ง ๆ จะกินอาหารเฉลี่ยวันละ 150 กรัม ใช้อาหารเป็ดไข่เป็นหลัก ซื้อมา ถุงละ 440 บาท และต้นทุนจะอยู่ที่ค่าพันธุ์เป็ด ซึ่งซื้อเป็ดสาวอายุ 18 สัปดาห์ พันธุ์ซุปเปอร์ซีพี ราคาตัวละ 136 บาท เลี้ยงไปประมาณ 3-4 สัปดาห์ก็ออกไข่ สำหรับไข่เป็ดที่ได้ จะขายอยู่ที่ ศูนย์เรียนรู้ ไม่ต้องไปขายที่ไหนไกล โดยขายฟองละ 4 บาท ซึ่งถือว่าราคาถูก แค่ให้พออยู่ได้ เพื่อเป็นแหล่งเพิ่มโปรตีน ให้กับชาวบ้าน ในย่านใกล้เคียง โดยที่ถ้าไปซื้อที่ตลาด หรือตามห้างก็ตกฟองละ 5 บาทกว่า ผมคิดว่าคุ้มทุนนะ ถ้าอยู่แบบพอเพียง ค่อยๆ เลี้ยง และเพิ่มจำนวนเป็ดไข่ ตามความต้องการของตลาด และขยายตลาด หรือทำการแปรรูปเป็นไข่เค็ม ซึ่งก็จะเพิ่มมูลค่าได้ด้วย

ขอขอบคุณที่มาจาก : kasetkaoklai.com