ชั้นดินของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นชั้นของดินเหนียว ลึกประมาณ 7 ถึง 12 เมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ ในการซึมลงใต้ดินของน้ำ ตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน กิจกรรมของเราก็เป็นอุปสรรคได้เช่นกัน เช่น การใช้เครื่องจักรกลหนัก การใช้สิ่งต่างๆ ทางการเกษตร การใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งในระยะยาว จะทำให้ดินแน่น ในขณะเดียวกัน ความต้องการน้ำบาดาล เพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น เราต้องช่วยธรรมชาติ โดยการเติมน้ำบาดาล ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหา เรื่องน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน และมีการเก็บน้ำไว้ใช้ ในช่วงหน้าแล้ง เพื่อป้องกันภัยแล้งได้ด้วย

ธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด ธนาคารใต้ดิน ใช้หลักการอะไร ในการเติมน้ำลงสู่ใต้ดิน

หลักการที่ 1 คือ หลักการด้านธรณีวิทยา ดังที่กล่าวมาแล้ว ตั้งแต่ต้นว่า ชนิดดินของประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นชั้นดินลึกประมาณ 7 ถึง 12 เมตร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ ในการซึมลงสู่ใต้ดิน ของน้ำตามธรรมชาติ ดังนั้น เราต้องช่วยธรรมชาติ ในการเติมน้ำบาดาล โดยการขุดให้ผ่านชั้นดิน ลึกประมาณ 7 ถึง 12 เมตร หรือขุดลงไป จนถึงชั้นบาดาล เพื่อช่วยธรรมชาติ ในการเติมน้ำบาดาล

หลักการที่ 2 คือ หลักการด้านแรงโน้มถ่วงของโลก น้ำผิวดินจะไหลจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ เมื่อเราขุดบ่อ ช่วยธรรมชาติในการเติมน้ำลงสู่ใต้ดิน ในช่วงหน้าฝน มวลของน้ำที่เพิ่มขึ้น จะกดดันน้ำลงสู่ใต้ดิน ในชั้นหินอุ้มน้ำ ลงไปสู่ชั้นบาดาลตามแรงโน้มถ่วงของโลก และในขณะเดียวกัน ในช่วงหน้าแล้ง ที่มวลของน้ำลดลงน้ำจากชั้นหินอุ้มน้ำ หรือชั้นบาดาลก็จะถูกผลักขึ้นมา ในระดับน้ำผิวดิน

หลักการที่ 3 คือ หลักการด้านสุญญากาศ บ่อเติมน้ำ ช่วยธรรมชาติ หรือเราที่เรียกว่า บ่อชาร์จ ซึ่งเราขุดกลางลำน้ำ มวลของน้ำจะกดดันน้ำลงสู่ใต้ดิน ในขณะเดียวกัน อากาศที่อยู่ใต้ดิน ก็จะต้องหาทางออกเพื่อให้น้ำเข้าไปแทนที่ดังนั้นเราจะต้องขุดเพิ่มอีก 1 บ่อ เราเรียกว่า บ่อลม เพื่อช่วยในการระบายอากาศ

หลักการที่ 4 คือ หลักการด้านแรงเหวี่ยงของน้ำ ในชั้นบาดาลจะไหลจากทิศตะวันตก ไปทิศตะวันออก การเลือกขุดบ่อลม ต้องดูทิศทางการไหลของน้ำ การเลือกจุดบ่อชาร์จ จะต้องเลือกในพื้นที่ที่อยู่กลางลำน้ำ จะต้องเลือกพื้นที่ ที่จุดที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเจือปน จะเป็นจุดโค้ง หรือวังซึ่งเป็นจุดเติมน้ำตามธรรมชาติอยู่แล้ว ขนาดของบ่อกว้าง 20 เมตรยาว 40 เมตร ลาดเอียง 45 องศา ลึก 7 ถึง 12 เมตร หรือลึกจน ถึงชั้นหินอุ้มน้ำ การขุดบ่อลม จะต้องดูทิศทาง การไหลของน้ำ ถ้าเราขุดบ่อชาร์จ ในทิศตะวันตก บ่อลมคุณจะต้องเลือกขุด ในทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ หรือทางทิศใต้

การขุดสระทั่วไป จะลึกแค่ 2 ถึง 4 เมตร ซึ่งยังไม่ถึงใต้ดิน น้ำจะเติมลงไปใต้ดินไม่ได้ เพราะว่าติดกับชั้นดินเหนียว มันต้องขุด ให้ทะลุชั้นดินเหนียว จนถึงหินอุ้มน้ำ คือเป็นแหล่งน้ำใต้ดิน ความลึกจะขึ้นกับพื้นที่ โดยจุดที่ลึกที่สุดหรือที่เรียกว่า สะดือน้ำ ต้องลึก แต่ไม่น้อยกว่า 10 เมตร

ธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด

ส่วนอีกในลักษณะหนึ่ง เรียกว่า เป็นธนาคารน้ำใต้ดิน ระบบปิด มีวัตถุประสงค์ คือ การนำน้ำฝนที่ตกลงมากลับไปสู่ใต้ดิน เพื่อให้บริเวณรอบ ๆ มีความชุ่มชื้น ไม่ให้น้ำไหลไปตามปกติ เพราะถ้าให้น้ำไหลไปตามปกติเวลาฝนตก จะซึมลงผิวดินได้น้อยมาก มีขั้นตอนการทำคือ

อันดับแรก เราต้องวัดรอบให้เป็นวงกลม ว่าจะเอาเท่าไหร่ จากนั้น ขุดหน้าดินออกให้เป็นรูปวงกลมก่อน จากนั้นให้ขุดลงไปตามแนว วงกลมนั้น ให้มีความกว้าง ประมาณ 1 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร 10 เซนติเมตร โดยเทคนิคการขุดนั้น ให้ขุดลงไปมุมแรกก่อน แล้วค่อยๆ ขุดเลื่อนไปให้เต็มพื้นที่ เวลาคุณลงไปก็คิดว่าไปตามแนววงกลม

ส่วนวัสดุที่จะนำมาใส่ในบ่อ ได้แก่ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว ยางรถยนต์ ท่อ PVC และหินขนาด ไม่ใหญ่มาก ไม่ให้เกิน 20 เซนติเมตร วิธีการทำคือนำท่อ PVC ไปตั้งไว้ตรงกลาง วงกลม จากนั้น นำยางรถยนต์ลงไป จากนั้น นำก้อนหินใส่ลงไปทั้งหมด เพื่อเป็นการล็อกท่อ PVC ไว้ ตามไปด้วย ขวดพลาสติก โดยเติมน้ำ ลงไปสามในสี่ส่วน

จากนั้นใส่ขวดแก้ว ลงไป ส่วนชั้นบนสุด ให้นำก้อนหิน วางทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง โดยชั้นบนนี้ ให้ใช้ก้อนหิน ขนาดเล็ก จากนั้น ชั้นบนสุดให้นำตาข่าย ไนลอนวางทับลงไป แล้วใช้หินเกล็ด เทลงไปให้เต็ม เกลี่ยหินให้เรียบร้อย ดูสวยงาม และใช้ดินบริเวณ ถมชายผ้าไนลอนและทำให้สวยงาม