การทำงานประจำนั้นก็ยังต้องบอกว่าเป็นอาชีพที่ค่อนข้างจะมั่นคงเลยทีเดียว แต่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำนั้น ก็ทำเอาเหล่าบรรดา หลายบริษัทต้องลดต้นทุนให้กับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างลูกจ้าง หรือการยุบบางองค์กรไป ทำเอาเหล่าบรรดาลูกจ้างประจำ ต่างๆ ต้องเจอกับสภาวะ ตกงานที่เป็นผลมาจากเศรษฐกิจ

อย่างเช่นเรื่องราวของคุณอารีย์ เพ็งสุทธิ์  พนักงานออฟฟิค อายุ 46 ปี  ในตำแหน่งผู้บริหาร ระดับผู้ช่วยอำนวยการแผนกคอร์ปอเรเตอร์ มาเก็ตติ้ง ของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้ได้ถูกเลิกจ้าง เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจ ที่ตกต่ำ แต่ด้วยความไม่ย้อท้อ จึงทำให้คุณอารีย์นั้น ใช้ความรู้ที่มีอยู่ หันมาสร้างรายได้ ด้วยการทำเกษตร ซึ่งได้เช่าที่ดินจำนวน 1 งาน ในราคาค่าเช่า 3,000 กว่าบาทต่อเดือน และได้ทำการขอใช้น้ำและไฟ เพื่อต่อมาใช้ในการทำเกษตรต่อไป

หลังจากที่ทำการเก็บเกี่ยวเห็ด  ล็อตแรกเสร็จ ก็ทำเงินไปได้ถึง 9,600 บาท ซึ่งในช่วงแรกนั้น

คุณอารีย์ก็เริ่มจากการขาย ให้เพื่อนที่ออฟฟิค เก่าและคนที่รู้จักไปก่อน จนมีฐานลูกค้า และหลังจากนั้นเมื่อคุณอารีย์ ได้คำปรึกษาในเรื่องของการปลูกผัก จากลุงข้างบ้าน จึงเกิดไอเดียปลูกผักสวนครัว ที่เป็นความต้องการ ของตลาดตลอดทั้งปี

อย่างเช่น แตงกวา ถั่วฟักยาว มะเขือ ชะอม ต้นหอม และพริก มาปลูกในพื้นที่ที่ว่าง จากการเพาะเห็ด ทั้งนี้ก็เพื่อปลูกไว้กิน และเหลือจากการกิน ก็นำขายเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

แต่ด้วยความที่ผักสวนครัวเหล่านี้ นั้นมีการอายุการเก็บเกี่ยว ค่อนข้างที่จะใช้เวลา จึงทำให้บางช่วงเกิดการ ขาดรายได้ ดังนั้นทางด้านคุณอารีย์ จึงได้นำผักอายุการเก็บสั้น

อย่างเช่น ต้นอ่อนผักบุ้ง ทานตะวัน และโตเหมี่ยว ที่มีอายุการเก็บเพียง 7 วันมาเป็นการหารายได้เสริม จนทำแปลงปลูกผัก ในเมืองของคุณอารีย์ ตอนนี้ ได้กลายเป็นฟาร์มเล็กๆ ที่สร้างรายได้ ชื่อว่า เฮย์เดย์ ฟาร์ม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณเอีย-อารีย์ เพ็งสุทธิ์, มติชน, เส้นทางเศรษฐี