ปลูกผักในยางรถยนต์ สร้างรายได้ 15,000 บาท/เดือน เป็นไอเดียการทำเกษตรของ คุณนิพัฒน์ ม่วงพานิชย์ หมู่ที่ 2 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง นักวิชาการ ส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตร อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรที่ทำการเกษตรจากวัสดุเหลือใช้ จึงถูกพัฒนาต่อยอด ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ การปลูกผักในล้อยางรถยนต์ เพื่อให้ประชาชน ผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาดูงาน

โดยพี่นิพัฒน์ ได้เพิ่มปริมาณการปลูกผักจาก 50 วงล้อ เป็น 1,000 วงล้อ ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ และปลูกผักสวนครัว หลายชนิดด้วยกัน เช่น มะเขือ กวางตุ้ง ถั่วฝักยาว หอม ผักกาด กะหล่ำ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผักบุ้ง ซึ่งเป็นชนิดแรก ที่เริ่มปลูก และทำการตลาด จนประสบความสำเร็จ

ทำไมต้องปลูก ในล้อรถยนต์ ปลูกลงพื้นดิน เลยไม่ง่ายกว่าหรอ ไม่เปลืองพื้นที่ด้วย หลาย ๆ ท่านที่มีที่ดิน ก็ใช่ว่าดินที่บ้าน จะเพาะปลูกได้เสมอไป จริงไหมครับ ดินไม่ดี ไม่มีแร่ธาตุสารอาหาร ปลูกยังไงผักก็ไม่โต ก็ไม่งาม ส่งขายไม่ได้ เผลอๆ ปลูกไว้ทานเองในบ้านยังจะไม่ขึ้นเลย แล้วปลูกในปริมาณมาก ๆ ต้องซื้อกระถาง ก็เปลืองงบประมาณอีก

จึงใช้ยางรถยนต์ เก่าเหลือใช้ นี่แหละมารีไซเคิลเป็นกระถาง หาซื้อตามร้าน ปะยางเขาขายเส้นละ 20-30 บาท นำมาตัดออกทำเป็นกระถาง ได้กระถางขนาดใหญ่ด้วย ที่แก้มยางจะมีความโค้งเว้า สามารถกักเก็บน้ำได้ดี

วิธีนำมาใช้ก็ไม่ยาก นำยางรถยนต์เก่ามา ตัดที่แก้มยางด้านหนึ่งออก แล้วนำไม้ผ่าซีก วางลงด้านล่าง ปิดทับด้วยกระสอบพลาสติกอีกที แล้วนำดินมาใส่ ในกระถาง ให้เหมาะกับผักที่เราจะปลูก นำไปตั้งไว้ในจุดที่ต้องการทำแปลงผัก รดน้ำทิ้งไว้ 3 วัน ให้ดินเข้าที่ อยู่ตัว แล้วก็นำเมล็ดไปหว่านปลูกได้เลย

นับว่าเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด หรือพื้นที่นั้นมีสภาพดินไม่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูก โดยเฉพาะพืชล้มลุกประเภทผักสวนครัว ซึ่งเป็นพืชที่ต้องการดิน และแร่ธาตุในการเจริญเติบโตสูง เป็นวิธีการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย พื้นที่ที่มาสภาพอากาศแห้งแล้งก็สามารถทำได้ สามารถจำกัดพื้นที่การซึมของน้ำลงสู่ดินอย่างรวดเร็วได้ดี ช่วยกักเก็บน้ำไว้ได้

สำหรับการปลูกผักของ คุณพี่นิพัฒน์ สามารถปลูกพืชผักได้หลายชนิด และ เก็บจำหน่ายสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยในแต่ละวันจะมีแม่ค้าจากตลาดมารับซื้อถึงบ้าน มีรายได้โดยเฉลี่ยที่ประมาณ 15,000-25,000 บาท/เดือน นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการทำเกษตรที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา http://tdaily.us