เมื่อเราพูดถึงผลไม้ชนิดหนึ่งที่สามารถทานได้ทั้งดิบและสุก เราก็จะนึกถึง มะละกอ ซึ่งเมื่อสุกแล้วรสชาติก็จะหวานมาก มะละกอนั้นยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทานแบบสดๆ นำมาทำส้มตำ หรือเป็นส่วนประกอบของอาหารก็ตาม และนอกจากการนำมาใช้ประโยชน์แล้ว มะละกอยังมีวิธีปลูกหลายแบบ ซึ่งการปลูกแต่ละแบบนั้น ล้วนมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของเกษตรกร หรือสถานที่ปลูกนั้น ๆ ว่า มีความเหมาะสมกับพันธุ์มะละกอมากน้อยเพียงใด

การเตรียมดินในการปลูก

การปลูกมะละกอเราไม่ควรหยอดเมล็ดลงแปลงปลูกโดยตรง เพราะจะเกิดผลเสีย ทำให้หมดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในขั้นตอนแรกมาก ต้นกล้ามะละกอที่งอกใหม่ ๆ ต้องการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ดังนั้นควรเตรียมต้นกล้ามะละกอให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยทำการย้ายลงแปลงที่จะปลูก ซึ่งวิธีนี้เหมาะสมมากกว่าการหยอดเมล็ดลงแปลง เพื่อทำการปลูกโดยตรง

เริ่มจากการเตรียมดินผสม คือ ใช้ดิน 3 ส่วน ปุ๋ ยคอกเก่า 1 ส่วน และอินทรีย์วัตถุต่างๆ เศษหญ้าละเอียด แกลบหรือถ่าน 1 ส่วน ทำการผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน

นำดินที่ผสมแล้วใส่ถุงดำขนาด 5 คูณ 8 นิ้ว จากนั้นทำการเจาะรูระบายน้ำประมาณ 4 รู แล้วฝังเมล็ดมะละกอลงไปใต้ดินให้ลึกประมาณครึ่งเซนติเมตร โดยใส่ถุงละ 3 เมล็ด

รดน้ำให้ชุ่มทุกเช้าเย็น โดยเมล็ดจะเริ่มงอกภายใน 10 -14 วัน หลังเพาะ เมื่อต้นมะละกอมีใบจริง 2-3 ใบ ให้เลือกกล้าต้นที่แข็งแรงเท่านั้นแล้วนำลงปลูก

การเตรียมแปลงและวิธีการปลูกมะละกอ

เริ่มจากการไถพื้นที่และเอาวัชพืชออก และย่อยดินให้มีความละเอียดเล็กลง เพื่อง่ายต่อการชอนไชของรากมะละกอ แล้วสามารถวัดระยะแปลงปลูกได้ตามความต้องการ ทำการปักหลักเล็ก ๆ โดยให้ห่างจากหลักหลุม ขุดหลุมปลูกทรงรูปสี่เหลี่ยม ให้มีความลึก 50 เซนติเมตร

เคล็ดลับ การทำให้มะละกอโตไว ออกผลดก ประมาณว่าลูกดกต้นแทบหัก คือ ใส่ปุ๋ยคอกในหลุมที่จะปลูกมะละกอประมาณ 1 พลั่ว บนดินที่ขุดขึ้นมา และใส่หินฟอสเฟตลงไปปริมาณ 100 กรัม ต่อหลุม หินฟอสเฟตจะไปช่วยกระตุ้นให้เกิดราก ทำให้มะละกอสามารถหาอาหารได้มากขึ้น และ ปุ๋ยคอก เป็นแหล่งอาหารชั้นดีสำหรับการเจริญเติบโตของพืช ทำการผสมคลุกเคล้าดินกับปุ๋ยให้เข้ากัน

จากนั้นใช้จอบกลบดินลงหลุม ให้เสมอปากหลุม กรีดถุงพลาสติกออก เอาต้นกล้าที่เตรียมไว้วางให้ตรงตำแหน่งระยะปลูกกลางหลุม และกลบดินให้แน่น โดยเน้นเฉพาะบริเวณรอบ ๆ โคนต้นเพื่อให้รากจับดินใหม่ได้เร็ว จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม

เกษตรกรท่านใดที่สนใจอยากปลูกมะละกอช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดทุนและแรงงาน ในการให้น้ำโดยให้รดน้ำ 2-3 วันต่อครั้ง ช่วงที่มะละกอออกดอกติดผลเป็นช่วงที่ต้องการน้ำมาก เพราะหากขาดน้ำจะทำให้ดอกร่วงผลร่วงผลไม่สมบูรณ์

มะละกอ นอกจากจะเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย โตไว และ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ง่ายแล้ว มะละกอยังสามารถนำไปขาย ทำกำไรได้แบบง่ายๆอีกด้วย เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่ตลาดมีความต้องการสูง มะละกอดิบมักถูกนิยมเอาไปทำส้มตำ มะละกอสุกก็นำไปทานเป็นผลไม้ ทำให้สามารถเก็บขายได้ทั้งผลดิบ และผลสุก

ที่มา http://news-amazing.com