แพทย์ญี่ปุ่นเตือน ให้ลูกเล่นมือถือ ส่งผลเสียทุกด้าน กระแสการใช้งานเครื่องมือสื่อสารออนไลน์ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ล่าสุด แพทย์ญี่ปุ่นเตือน ให้ลูกเล่นมือถือ ส่งผลเสียทุกด้าน มือถือมีผลด้านลบต่อเด็ก สมาคมกุมารแพทย์แห่งญี่ปุ่น ออกโปสเตอร์ เตือนผลของการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งผลกระทบด้านลบต่อเด็ก ทั้งสุขภาพกาย การเรียน และพัฒนาการ ด้านต่างๆ ภาพโปสเตอร์เตือน ถึงผลของการใช้สมาร์ทโฟน จะถูกจัดส่งไปยัง สถานพยาบาล 170,000 แห่ง ทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการตั้งคำถามว่า เราจะสูญเสียอะไรไปบ้าง เมื่อใช้เวลากับสมาร์ทโฟน เพื่อเตือนให้ผู้ปกครอง ใส่ใจถึงผลกระทบต่อ สมาร์ทโฟนที่มีต่อเด็ก

9 ผลกระทบ จากการใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไป

รบกวนการนอนหลับ

แสงจากจอมือถือ หรือแท็บเล็ต ที่สว่างๆ ส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมน เมลาโทนิน ที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เนื่องจากการปล่อยฮอร์โมนดังกล่าว จะขึ้นอยู่กับแสงสว่าง เป็นสำคัญ การเล่นมือถือก่อนนอน จึงส่งผลต่อการ นอนหลับไปด้วย

เกิดความเครียด

การใช้สมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา เท่ากับว่าเราต้องพร้อม ที่จะรับโทรศัพท์ ตอบข้อความต่างๆ ที่แจ้งเตือนเข้ามาจากช่องทางต่างๆ ทั้งไลน์ อีเมล และโซเชียลมีเดีย ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดความเครียดได้โดยไม่รู้ตัว

ทำลายจอประสาทตา

แสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟน สามารถทำลาย จอประสาทตา (เรติน่า) จนนำไปสู่โรคจอ ประสาทตา เสื่อมได้ ซึ่งเทคนิคที่ใช้กัน เพื่อดูแลสุขภาพตา คือ 20-20-20 โดยมองจอแค่ 20 นาที จากนั้นพักสายตามองที่อื่น 20 วินาที โดยมองสิ่งที่อยู่ไกลจากตัวเอง 20 ฟุต เพื่อคลายความล้า จากการใช้สายตา

พฤติกรรมก้าวร้าว

คนที่ติดการใช้มือถือ และไม่ได้ใช้ในเวลาที่ต้องการ มักจะเกิดอาการหงุดหงิด ก้าวร้าว เพราะไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กๆ ที่ติดเล่นเกม ในสมาร์ทโฟน

เสียสมาธิ

การใช้สมาร์ทโฟน เชื่อมต่อกับโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้เสียสมาธิได้ เพราะแทนที่จะจดจ่อกับ การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลุล่วง ก็ต้องมาพะวงกับ เสียงแจ้งเตือนต่างๆ ที่เข้ามาจนขาดสมาธิ

Cellphone Elbow คือ อาการปวดชา หรือเหน็บชาบริเวณปลายแขนและมือ จากการถือสมาร์ทโฟน ด้วยท่าทางที่งอแขน เป็นมุมแคบกว่า 90 องศา นานเกินไป ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเกิดข้องอ ติดแข็ง ที่นิ้วนาง กับนิ้วก้อยได้

นิ้วล็อก

การใช้นิ้วใดนิ้วหนึ่ง พิมพ์ข้อความ หรือเล่นเกมในมือถือนานเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการนิ้วล็อกได้ ซึ่งเกิดจากการอักเสบ ของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็น ที่ใช้ในการงอนิ้วข้อมือตรงบริเวณโคนนิ้ว ทำให้เกิดอาการปวดบวม โดยส่วนใหญ่มักเป็นกับ นิ้วหัวแม่มือที่ใช้งานมากกว่านิ้วอื่นๆ

ซึมเศร้า และวิตกกังวล

คนที่ใช้มือถือจนติด มักจะมีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวลตามมาได้ อันเนื่องมาจากการรอคอย หรือคาดหวังเสียงโทรศัพท์ หรือการตอบกลับข้อความต่างๆ และหากวันไหนลืมมือถือมาด้วย ก็จะยิ่งรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้น

ปวดศีรษะ

การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน จะส่งให้ได้รับ รังศี จากคลื่นโทรศัพท์ ที่แผ่ออกมามากขึ้น ซึ่ง รังศี ดังกล่าวส่งผลต่อ ระบบประสาทด้วย ทำให้เกิดอาการข้างเคียง ตามมา นั่นคือ ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน หรือบางรายก็อาจจะมี อาการที่รุนแรงกว่านั้น แต่ผลกระทบต อสมอง และการเรียนก็ได้รับการพิสูจน์ โดยผลการสำรวจแล้ว มือถือยิ่งเล็ก ผลกระทบยิ่งมาก

ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของญี่ปุ่น พบว่า ตั้งแต่ปี 2014 นักเรียนชั้นประถม และมัธยม ที่ใช้เวลากับโทรศัพท์มาก จะยิ่งมีผลการเรียนถดถอยลง นอกจากนี้ การจ้องมองจอภาพเป็นเวลานาน ยังส่งผลเสียต อสมอง และทำให้ประสิทธิภาพเรื่อง ความจำถดถอยอีกด้วย ผลการวิจัย เคยพบว่า โทรทัศน์ส่งผลลบต่อ พัฒนาการของเด็ก เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว ทำให้เด็กขาดพัฒนาการ ด้านการสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์

แต่สมาร์ทโฟนซึ่งมีจอขนาดเล็ก จะยิ่งมีผลเสียมากกว่า ผู้ปกครองควรจำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ เล่นเกม และใช้สมาร์ทโฟนของเด็ก ให้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ไม่ควรให้ดูโทรทัศน์ หรือใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์โดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ตามความคิดเห็นของผู้เขียน ที่ให้ลูกชายเริ่มเล่นแทปเล็ต และมือถือ ตอน 4 ขวบ ก็คิดว่า ผลที่ได้ไม่ต่างกัน กับการเริ่มตั้งแต่ 2 ขวบ ทุกวันนี้ยังเสียใจ ว่าเริ่มเร็วเกินไปหน่อย กฎที่เริ่มทำก็คือ การจำกัดเวลาที่ใช้ได้ต่อวัน ณ ปัจจุบันนี้ลูกชายของผู้เขียนได้รับอนุญาต ให้ใช้เครื่องมือพวกนี้ได้ 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 นาที ก็ช่วยให้อาการติดมือถือและแทปเล็ตน้อยลงได้นะ

ขอบคุณที่มา : https://www.postsread.com