Loading...

ถ้าไฟไหม้ ก็อย่ า ให้ไหม้หัวใจเรา ถ้าน้ำท่วม ก็อย่ า ให้ท่วมหัวใจเรา หลวงพ่อชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถร) เป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย นั่นเป็นเพราะคำสอนของท่านตรงใจคน และท่านยังนำธรรมอันลึกซึ้งมาเปรียบเปรย ให้เข้าใจได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยวางทุกข์และสุข เราจึงคัดเลือก คำสอนหลวงพ่อชา ที่สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้มา 10 ข้อเพื่อให้คุณผู้อ่านได้น้อมนำมาปฏิบัติ

เมื่อเราทำบุญ แต่ยังไม่ละบาป ก็เหมือนกับเราเอากะละมังไปคว่ำไว้กลางแจ้ง ฝนตกลงมาถูกก้ นกะละมังเหมือนกัน แต่ถูกข้างนอก ไม่ถูกข้างใน น้ำก็ไม่มีโอกาสที่จะเต็มกะละมังได้

โยม ไม้อันที่อาตมาถืออยู่นี่นะ สั้น หรือว่ายาว โยม ไม้อันนี้ธรรมชาติแท้ๆ ของมีแค่นี้ เท่านี้ ไม่สั้น และก็ไม่ยาว โยม ความต้องการที่จะให้ไม้นี้สั้นเข้า หรือยาวออก นั่นแหละ ทุกข์ ทุกสิ่งทุกอย่ า งถ้าเรายอมตามธรรมชาติที่เป็นอยู่ ยอมที่ไหน ทุกข์ก็ไม่เกิดที่นั่น

สุขและทุกข์นี้ ก็เปรียบเสมือนงูตัวหนึ่ง ทางหัวเป็นทุกข์ ทางหางเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัวมี พิ ษ ทางปากมี พิ ษ ไปใกล้ทางหัว ก็กัดเอา ไปจับหางก็ดูเหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง ก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน เพราะทั้งหัวงูและหางงู ก็อยู่ในงูตัวเดียวกันคือ ตัณหา ความลุ่มหลงนั่นเอง

หน้าที่ของเรานั้นทำเหตุให้ดีที่สุดเท่านั้น ส่วนผลที่จะได้รับเป็นเรื่องของเขา ถ้าเราดำเนินชีวิต โดยมีการปล่อยวางเช่นนี้แล้ว ทุกข์ก็ไม่รุมล้อมเรา

ถ้าไฟไหม้ ก็อย่ าให้ไหม้หัวใจเรา ถ้าน้ำท่วม ก็อย่ าให้ท่วมหัวใจเรา ให้ท่วมแต่บ้าน ให้ไหม้แต่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกกายของเรา ส่วนจิตใจของเรานั้น ให้ปล่อยวาง

โลกนี้เป็นของพอดี แต่เรามีความโลภ ทะเยอทะยานไปเอง ไม่รู้จักโลก ไม่รู้จักภาษาของโลก ไม่รู้จักความหม า ยของโลกว่า เปลี่ยนแปลงอยู่ตามธรรมชาติอยู่ทุกวินาที ว่าเมื่อเกิดแล้วก็แก่ แก่แล้วก็เจ็บ เมื่อเจ็บแล้วก็ดับ

ถ้าหากเป็นคนที่ฉลาดแล้ว จะปล่อยหมด สิ่งที่ดีก็ปล่อยไป สิ่งที่ชั่วก็ปล่อยไป สิ่งที่ชอบใจก็ปล่อยไป เหมือนอย่ างเราปล่อยงูเห่าตัวที่มี พิ ษร้ายนั้น ปล่อยให้เลื้อยของไป ก็เลื้อยไปทั้งที่มี พิ ษ อยู่ในตัวนั่นเอง

เราอย ากได้กระโถนใบนี้ เรายกขึ้นมา มีความรู้สึกว่าหนักเพิ่มขึ้นมา มีเหตุ หนักจะเกิดเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเราไปยก ถ้าเราไม่ยก ก็ไม่มีอะไร ถ้าไม่ยก ก็เบา อะไรเป็นเหตุผล ดูเท่านี้ก็รู้แล้ว ไม่ต้องไปเรียนที่ไหน ถ้าเราไปยึดอะไร อันนั้นแหละเป็นเหตุให้ทุกข์เกิด ถ้าเรา ปล่อย ก็ไม่มีทุกข์

เราเห็นแล้วว่า ถ้วยใบนี้ เอาไว้ที่ไหน ก็ต้องแตก จานนี่ เอาไว้ที่ไหน ก็ต้องแตก แต่เราก็ต้องสอนเด็กว่า ล้างให้สะอาด เก็บไว้ให้ดี เราก็ต้องสอนเด็กอย่างนี้ ตามสมมุติอย่างนี้ เพื่อเราจะใช้ถ้วยนี้นานๆ อันนี้เรา รู้จักธรรมะ เอาธรรมะมาปฏิบัติ ถ้าเห็นว่า อันนี้จะแตกอยู่แล้ว เราบอก เออ ช่างเถอะลูก กินแล้วก็ไม่ต้องล้างหรอก จะตกก็ช่างเถอะ ไม่ใช่ของเราหรอก เอาทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้ จะแตกอยู่แล้ว อย่างนี้ก็เป็นคนโง่ไป

ถ้าเราเป็น ผู้รู้สมมุติ อันนี้ เมื่อเจ็บไข้ ก็หาหยูก ย าให้กิน เมื่อร้อน ก็อาบน้ำให้ เมื่อเย็น ก็หาความอบอุ่นให้ เมื่อหิว ก็หาข้าวให้กินแต่ให้เรารู้ว่า ให้ข้าวกิน ก็จะสิ้นอยู่ แต่ในเวลานี้ ยังไม่ถึงคราวจะสิ้น เหมือนถ้วยใบนี้ ยังไม่แตก ก็รักษาถ้วยใบนี้ให้ เกิดประโยชน์ เสี ยก่อน

สมมุติว่าวันนี้ โยมหาเงินได้ 100 บาท ธรรมชาติของแค่ 100 บาท จะอยากให้ได้มากกว่านั้น ก็ไม่ได้จะอย ากให้ได้น้อยกว่านั้น ก็ไม่ได้ หาได้ 50 บาท ธรรมชาติของเขาก็แค่นั้น หาไม่ได้เลยธรรมชาติของเขา ก็เท่ากับหาไม่ได้เลย ยอมตามธรรมชาติที่เป็นทุกอย่าง ทุกแห่ง ทุกข์ก็ไม่เกิด ธรรมะอย่างนี้ปฏิบัติที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ ใคร ๆ ก็ปฏิบัติได้ ปฏิบัติเมื่อไร ที่ไหน ทุกข์ก็ไม่เกิดเมื่อนั้น ที่นั่น

Loading...