หน่อไม้ฝรั่ง พืชทางเลือกอีกอย่างหนึ่งของเกษตรกร และกำลังกลายเป็นผักเศรษฐกิจของไทย หน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง คนจำนวนมากหันมาบริโภคผักชนิดนี้ และในตอนนี้มีแนวโน้มในการส่งออกที่สูงด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดี หากเกษตรกรจะหันมาให้ความสนใจ การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง

คุณสมหมาย สอนฮั้ว เจ้าของสวนหน่อไม้ฝรั่งที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว คุณสมหมายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ที่จะหันมาทำหน่อไม้ฝรั่ง ได้ปลูกข้าวและมันเทศมาก่อน สาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจหันมาปลูกหน่อไม้ฝรั่งเพราะว่าอายุมากแล้ว และคงทำมันเทศต่อไม่ไหว แต่หน่อไม้ฝรั่งลงทุนน้อย การดูแลรักษา รวมไปถึงการเก็บผลผลิตก็ง่าย ทั้งยาและอาหารเสริม ก็ใช้เพียงอย่างละ 1 ลิตร ไม่เปลือง และไม่เหนื่อย เหมือนการทำมันเทศ

รายได้จากผลผลิตหน่อไม้ฝรั่ง

โดยได้รับการแนะนำจากผู้ช่วยเบิ้ม ทั้งในเรื่องของเมล็ดพั นธุ์ และการดูแลรักษา หลังจากเก็บผลผลิตเสร็จ ผมจะนำไปส่งที่หนองศรีเทพ โดยผู้ช่วยเบิ้มเป็นคนมารับซื้อจากชาวไร่ในละแวกนี้ เขาจะคัดแยกหน่อที่เราไปส่งอีกครั้ง จะแยกเป็น

แบบตูม สำหรับหน่อที่ยอดตูมทุกขนาด ราคาหน่อไม้ฝรั่ง จะขายได้กิโลกรัมละ 50 บาท

แบบบาน ราคาหน่อไม้ฝรั่ง จะต่างกันตามขนาดออกไปอีก

ส่วนหน่อที่บานจะแบ่ง ราคาหน่อไม้ฝรั่ง ตามขนาดออกไปอีก คือ

ขนาดเล็กและใหญ่ ราคาหน่อไม้ฝรั่ง จะขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 10-15 บาท

ขนาดกลาง ราคาหน่อไม้ฝรั่ง จะขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 20-25 บาท

ขั้นตอน การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง มีอยู่ 2 วิธี คือ

ใช้เมล็ดปลูก หมายถึง การทำหลุมห่างกันประมาณ 40 เซนติเมตร แล้วนำเมล็ดลงปลูกประมาณ 7 เมล็ด/หลุม จากนั้นคอยดูแลรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ประมาณ 12 วัน จะเริ่มมีหน่องอกพ้นจากดิน ช่วงนี้จำเป็นต้องมีการฉีดเชื้อรา และฮอร์โมนเร่งราก เร่งต้น แล้วสวมกรวยพลาสติกเพื่อไม่ให้ยอดหน่อไม้ฝรั่งบาน จากนั้นอีก 10 วัน ใส่ปุ๋ย และก็ให้น้ำ ดูแลอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ทำแปลงเพาะเมล็ด หมายถึง การเพาะกล้าก่อนนำไปปลูก ในการเพาะนำดินใส่ถุงขนาดประมาณ 3 นิ้ว หยอดเมล็ด เอาดินกลบบางๆ แล้วรดน้ำ จากนั้นประมาณ 10 กว่าวัน จะเริ่มมีหน่องอกขึ้นมา แต่ต้องเลี้ยงไว้ในถุงอย่างนี้ก่อนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน ก่อนนำไปลงแปลง

คุณสมหมายแนะว่าควรใช้วิธีที่ 2 คือ เพาะกล้าก่อนปลูกลงแปลง โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้ได้ผลผลิตเร็วกว่า และหน่อไม้ฝรั่งจะมีภูมิต้านทานต่อโรค และสภาพอากาศดีกว่าการที่นำเมล็ดไปปลูกลงแปลงโดยตรง

การเตรียมแปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่ง

สำรับการเตรียมแปลง เริ่มจากการไถพรวนดิน ยกร่อง จากนั้นใส่ปุ๋ยขีวัว ขี้เป็ด และแกลบ ประมาณ 10 ตัน(4 ไร่) ลงกลางร่อง แล้วใช้รถขุดไถกลบร่องประมาณ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการผสมปุ๋ยในตัว จากนั้นทำร่องความลึกประมาณ 10-11 นิ้ว คุณสมหมายย้ำอีกว่าขีวัวที่นำมาใช้ควรนำมาพักไว้ก่อนอย่างน้อย 3 เดือน จึงจะนำไปใช้ได้

การวางระบบน้ำหยด

หลังเตรียมดินเสร็จให้ทำการวางระบบน้ำหยด ในส่วนนี้คุณสมหมายบอกว่าเกษตรกรต้องมีการลงทุนที่สูง ใน 4 ไร่ ของคุณสมหมายราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท และมีค่าติดตั้งประมาณ 1,500 บาท แต่เป็นการลงทุนครั้งเดียวได้ผลนาน และข้อดีของการวางระบบน้ำหยด คือ ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอก และการแตกกอ

การดูแลรักษาหน่อไม้ฝรั่ง

การดูแลรักษาโดยทั่วไปก็คือ หลังปลูกลงแปลงต้องมีการสังเกตอาการของต้นเป็นระยะ เพราะอาจมีสิ่งมารบกวน และควรดูแลเรื่องน้ำไม่ให้มากเกินไป แค่พอชุ่ม เพราะถ้าแฉะก็อาจเป็นสาเหตุให้เมล็ดเน่า และเกิดโรคได้ และทุก 10 วัน จะต้องมีการใส่ปุยเป็นประจำ

จากนั้น 6 เดือน จะมีหน่อไม้ฝรั่งเกิดมาเป็นรุ่นแรก สามารถเก็บผลผลิตครั้งแรกได้เป็นเวลา 2 เดือน หลังเก็บผลผลิตครั้งแรกแล้วต้องมีการพักต้น 1 เดือน ระหว่างพักต้นก็ต้องมีการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คือ เก็บ 2-3 ครั้ง แล้วพัก 1 เดือน

การคัดเมล็ดพั นธุ์มาขยายเอง

เนื่องจากหน่อไม้ฝรั่งเป็นผักที่นำพั นธุ์เข้ามาจากต่างประเทศทำให้มีราคาแพง เกษตรกรจึงมักเก็บเมล็ดพั นธุ์มาขยายเองหลายรุ่น ดังนั้นในการคัดเมล็ดพั นธุ์ควรคัดต้นแม่พั นธุ์ที่มีลักษณะดี โดยเป็นต้นที่ให้หน่อดี มีขนาดหน่อใหญ่ ปล่อยผลที่มีเมล็ดหน่อไม้ฝรั่งอยู่ภายใน ให้ผลแก่มีสีส้มอมแดง นำไปขยี้ให้เปลือกหุ้มผลแตกออก นำมาล้างในน้ำสะอาด เปลือกหุ้มเมล็ดจะลอยขึ้นเหนือน้ำ ส่วนเมล็ดจะจมลง นำเมล็ดผึ่งลมไว้ 1-2 วัน เพื่อให้เมล็ดแห้ง

จากนั้นนำเมล็ดพั นธุ์ที่ได้ไปแช่ในน้ำอุ่นเพื่อกระตุ้นให้เมล็ดงอกได้ไว และสม่ำเสมอ โดยแช่น้ำอุ่น (ผสมน้ำร้อนกับน้ำเย็น อัตราส่วน 1:1 ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 55 องศาเซลเซียส) นาน 30 นาที แล้วแช่น้ำเย็นทิ้งไว้ข้ามคืน เมื่อนำไปเพาะเมล็ดจะงอกได้ภายใน 10-14 วัน