ฟักทองทั่วไป มี 2 สายพันธุ์ สายพันธุ์อเมริกัน ลักษณะจะมีผลใหญ่ เนื้อของฝักทองจะยุ่ย และสายพันธุ์สควอช  ลักษณะของสายพันธุ์นี้ผิวจะออกเป็นสีเขียวอ่อนๆ แต่เมื่อผลแก่แล้ว ผิวจะเปลี่ยนสีเป็นออกหลืองสลับกับสีเขียว ผลของฝักทองจะเป็นตะปุ่มตะบ่ำเล็กน้อย และสังเกตได้ง่ายๆเลยก็คือเปลือกนั้นจะแข็งโป๊กกันเลยทีเดียว ส่วนเนื้อในนั้นจะออกสีเหลืองนวล เมล็ดก็จะแบนๆออกสีขาวๆ ในเนื้อของฟักทองนั้น เต็มไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆที่เป็นประโยชน์ และยังประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก

ในการที่เรานั้นจะเพาะเมล็ดฟักทองนั้น ก็สามารถทำได้เหมือนพืชผักชนิดอื่นๆ ทั่วไป การปลูกฟักทองนั้นก็ไม่ยาก เหมือนพืชผักชนิดอื่นๆ การปลูกในขั้นแรกก็คือการเตรียมดิน เพื่อที่จะปลูก ซึ่งขั้นตอนนี้ก็สำคัญเหมือนทุกขั้นตอน เพราะว่าพืชจะงานได้ ดินต้องอุดมสมบูรณ์ ส่วนวิธีในการเตรียมดินให้เหมาะแก่การปลูกนั้น ท่านสามารถหาข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลอื่นๆได้เลย เราจึงขออธิบายการเตรียมดินไว้พอคราวๆ มาพูดถึงหลังจากที่ เราได้เตรียมดินและขุดหลุม เพื่อที่จะปลูกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เรานำเมล็ดที่ได้มานั้น ไปหยอดลงในหลุมเลย ซึ่งวิธีการปลูกแบบนี้ ถือว่าเป็นวิธีที่นิยมที่สุด แต่วิธีนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน เพราะหากเราเมล็ดฟักทองไว้นาน  หรือเมล็ดที่ได้มานั้น ไม่ได้มาตรฐาน การงอกของเมล็ดนั้นก็มีเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำ ทำให้เราต้องได้มานั่งคอยปลูกซ่อมอีก ซึ่งเสียเวลา และหลายคนก็ไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน สำหรับแก้ไขเรื่องดังกล่าว ซึ่งวันนี้เราก็ได้มีเคล็ดลับมาฝาก สำหรับแก้ปัญหาเมล็ดไม่งอก ให้เราๆท่านๆ ที่กำลังจะปลูกได้เอาไปทดลองใช้ดู และอาจจะนำเอาไปใช้กับเมล็ดพืชผักชนิดอื่นก็ได้ด้วยนะ เรามาดูกันเลยว่าทำยังไง

อันกับแรกให้เราเตรียมอุปกรณ์ ดังนี้ เมล็ดฟักทองที่อาจจะได้มา หรือซื้อมาจากท้องตลาดก็ได้ ใช้ได้หมด ,ภาชนะพลาสติกที่เอาไว้ใช้สำหรับบรรจุ ,เตรียมกระดาษทิชชู่ชักม้วน ,น้ำอุ่นๆ

มาถึงวิธีทำกันเลย ขั้นแรกนั้นให้เราเทน้ำอุ่น (เน้นว่าน้ำอุ่นๆนะ ไม่ใช่น้ำร้อน) เทลงไปในภาชนะ หลังจากนั้นให้เรานำเมล็ดฟักทองที่ได้เตรียมไว้ ใส่ลงไป แล้วก็ปิดฝาให้แน่น ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมงพอนะ เมื่อครบเวลาแล้ว ให้เราเทน้ำออก แล้วให้เอากระดาษทิชชู่นั้น มาชุบน้ำให้หมาด ๆ แล้วจึงปิดฝาทับลงไป  เอาไปไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกประมาณ หนึ่งสัปดาห์  เมื่อเราเห็นว่ารากของฟักทองนั้นเริ่มงอกแล้ว ก็วสามารถนำไปลงแปลงปลูกได้เลย

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆ ให้เราหมั่น สังเกตดูเมล็ดฟักทอง ที่เราได้เอาแช่น้ำบ่อยๆนะ ดูที่รากอย่าให้ยาวและมีแขนงเยอะเกินไป สาเหตุเพราะอาจจะปลูกได้ยาก เวลาย้ายไปปลูกที่อื่น รากจะบอบซ้ำและขาดได้ง่าย แต่ถ้าเกิดว่ารากนั้นเริ่มยาวแล้ว แต่เรายังไม่มีเวลาที่จะปลูก ก็ให้นำเอาไปแช่ไว้ตู้เย็นก่อนก็ได้ เพราะความเย็นนั้นจะชะลอการงอกของรากข้อดีที่เราแนะนำว่า ต้องเพาะเมล็ดก่อน ค่อยนำไปปลูกเพราะว่า เราจะได้ต้นฟักทองที่งอกแล้วร้อยเปอร์เซ้นต์ ไม่ต้องห่วงเรื่อง การไม่งอกของต้นกล้า และเราก็สามารถเลือกได้ด้วยว่าเราจะได้ต้นที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อไปปลูกลงในแปลงของเรา ข้อสุดท้ายคือ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาปลูกซ่อมอีก เพราะต้นกล้านั้นงอกก่อนที่เราจะเอามาลงแปลงแล้ว ที่เหลือ เราก็แค่ดูแลให้มันรอดต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ถ้าท่านคิดว่า เคล็ดลับนี้เป็นประโยชน์ก็สามารถ นำไปบอกกล่าว หรือไปถ่ายทอดให้เกษตรกรรายอื่นๆได้

เรียบเรียง ด.ญ.ภิญญดา