เรื่องที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้คือมะละกอ บางท่านอาจะเคยปลูกมาละกอมาบ้างแล้ว และหลายท่านก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการปลูกมะละกอมาก่อน แต่ถ้าท่านไหนที่เคยปลูกมาก่อนแล้ว จะรู้ว่า มะละกอนั้นเป็นพืชผักที่ปราบเซียนเลยก็ว่าได้ ทำไมถึงกล่าวแบบนั้น เพราะว่า ถึงเราจะนำเมล็ดนั้นมาปลูกจากต้นพันธุ์แท้ๆ แต่เมื่อปลูกไปได้ชักพัก กลับไม่เหมือนต้นพันธ์ที่เรานำมา สาเหตว่ามะละกอนั้นกลายพันธุ์ ส่วนมากผู้ปลูกจะเจอปัญหานี้เกือบทุกคน  สำหรับสายพันธุ์ของมะละกอ ที่เกษตรกรในประเทศไทยนิยมปลูกนั้น โดยส่วนมาก จะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ ฮอนแลนด์ และก็สายพันธุ์แขกดำ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่สองพันธุ์แค่นี้ พันธุ์อื่นก็มีเช่นกัน แต่คนส่วนมากไม่ค่อยนิยมปลูกัน  สำหรับเรื่องที่เราจะมาพูดกันวันนี้คือ วิธีการตอนกิ่งมะละกอ ซึ่งการตอนกิ่งนี้ในวงการเกษตรถือว่าเป็นการขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด และอีกเหตุผบหนึ่งที่เกษตรกรผู้ที่ปลูกมะละกอนั้น ชอบารขยายพันธุ์แบบตอน เพราะว่าถ้าเราใช้เมล็ดในการปลูกนั้น โอกาสที่มะละกอนั้นจะกลายพันธุ์นั้นมีสูงมาก ส่วนข้อดีอีกย่างที่เราทำไมถึงแนะนำวิธีการตอน ก็เพราะว่า การตอนกิ่งนั้นจะช่วยทำให้มะละกอต้นเตี้ย เวลาเจอพายุหรือลมมาแรงๆ ต้นมะละกอของเราก็ลดโอกาสการเสี่ยงล้มได้เยอะ

เมื่อพูดถึงมะละกอ หลายๆคนคงจะนึกถึงเมนูอาหารอีสานบ้านๆ อย่างส้มตำขึ้นมาเป็นอันดับแรก เพราะถือว่าส้มตำนั้นเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมทั่วประเทศ (ตอนนี้ในต่างประเทศก็มีขายนะ) สำหรับเมนูนี้ วัตถุดับหลักคือมะละกอ ทำให้มะละกอนั้นเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากมาย ถึงขนาดบางฤดูขาดแคลนก็ยังมี เกษตรกรบางท่านปลูกเชิงพาณิชย์ และบางท่านก็ปลูกไว้ทานเองในครอบครัว ร่างมา๙ะยาวเลย มาพูดถึงเรื่องการตอนมะละกอต้นให้เตี้ยกันเลย

อุปกรณ์ที่ต้องจัดหา มีดังนี้  ต้นมะละกอ(เลือกต้นที่สวยๆ สมบูรณ์ๆหน่อยนะ) ,ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว ,กรรไกร ,มีดไม้สำหรับคั่น และเทปใส หรืออาจจะเป็นเทปกาวก็ได้

วิธีการและขั้นตอนง่ายๆมาก มีดังนี้

1. เราจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรกจากการปลูกเลยนะครับ เริ่มต้นด้วยกานำเมล็ดมะละกอมาเพาะลงในถาด เมื่อเมล็ดงอกแล้วก็ให้นำมาปลูกในกระถาง ดูแลให้ลำต้นมะละกอสูง พอที่จะสามารถตอนได้ แล้วก็ลงมือตอนได้เลย

2. ให้เราใช้มีดที่เตรียมไว้ ทำการเฉือนเข้าไปในลำต้น บริเวณที่เราจะทำการตอน โดยให้เฉียงเป็นมุม 45 องศา การเฉือนนั้น ไม่ควรเข้าไปลึก ให้เข้าไปเพียงครึ่งของลำต้นมะละกอพอ เทคนิคที่เราอยากจะมาแนะนำอีกอย่างก็คือบริเวณที่เราจะตอนนั้น ควรจะมีก้านใบของ มะละกออยู่ด้านล่าง เพื่อจะใช้สำหรับ รองรับน้ำหนักของขวดเวลาที่าเราตอน

3. นำไม้ที่เราเตรียมไว้มาคั่นบริเวณที่เป็นรอย โดยระมัดระวังไม่ให้ท่อลำเลียงน้ำ และอาหารของต้นนั้นเชื่อมกันได้ โดยใช้กรรไกรคมๆ หรือมีดตัดไม้จิ้มฟันส่วนเกินออกไป

4. ใช้มีดที่คมๆหรืออาจจะใช้กรรไกรก็ได้ มาตัดขวดออกประมาณครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้น ก็ให้เราทำการเจาะก้นขวด ให้ได้ขนาดเท่ากับต้นของมะละกอที่เราจะตอน แล้วทำการผ่าขวด หนึ่งด้านเพื่อให้สวมเข้าไป ในต้นมะละกอได้

5. ขั้นตอนที่ห้าให้เราใช้ผ้าเทปกาว ติดเชื่อมตรงที่เป็นรอยต่อของขวดนน้ำ เทปกาวที่ใช้ควรเป็นเทปใสจะดีมาก เพราะว่าเราจะได้สังเกตเห็นรา กของมะละกอได้ชัดเจน

6. เสร็จแล้วให้เรานำดินใส่ แล้วกดแน่นพอประมาณ พยายามจัดให้ต้นมะละกอนั้น อยู่ตรงกลางของขวดพลาสตอก เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาประมาณ 30 วันจนกว่าราก ของต้นมะละกอจะงอกให้เราได้เห็นกัน

7. เมื่อรากของมะละกองอกออกมาให้เราเห็นแล้ว เราก็จะได้มะละกอต้นเตี้ย พร้อมที่จะนำไปปลูกแยกได้เลย สำหรับบางท่าน อานจะนำไปปลูกเป็นไม้ประดับบ้านได้อีกด้วย สวยๆครับ ที่บ้านคนเขียนก็ปลูกเหมือนกัน เป็นไม้ประดับ

สรุปข้อดีของการปลูกมะละกอต้นเตี้ย ได้แก่ ได้ลักษณะตรงตามพัน ธุ์ และไม่กลายพั นธุ์ เวลาห่อ หรือเก็บผลผลิต จะทำได้ง่าย สะดวก สามารถปลูกไว้ประดับบ้าน ถ้ามองแบบเป็นศิลปะ เวลาลูกมะละกอออกมาแล้วติดดิน จะสวยแปลกตา สำหรับผู้ที่มาพบเห็น

เรียบเรียง ด.ญ.ภิญญดา