หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ไฟเกษตร คืออะไร แตกต่างจากไฟฟ้า ในบ้านเรือนทั่วไปหรือไม่ ซึ่งความหมายจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ให้ความหมายว่า ไฟเกษตร คือ การนำไฟฟ้า มาใช้ภายในสวน ของเกษตรกรเพื่อทำการเกษตร เช่น ใช้กับเครื่องสูบน้ำ หลอดไฟต่าง ๆ เป็นต้น

โดยมีหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ 9 ข้อดังนี้

ได้รับการรับรองจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันตัวตน ว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่หวงห้ามใด ๆ ของทางราชการ

ต้องมีเส้นทางสาธารณะ ที่รถยนต์สามารถ วิ่งผ่านได้อย่างสะดวก

สามารถดำเนินการ ก่อสร้างระบบจำหน่าย โดยวิธีปักเสาพาดสายไฟ เข้าไปถึงจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้

ได้รับการรับรอง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการ เพื่อยืนยันขนาดพื้นที่ และชนิดของกิจกรรมการผลิต ทางการเกษตรที่ต้องการใช้ไฟฟ้า

ต้องระบุแหล่งน้ำ ที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตร ในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองสาธารณะ คลองชลประทาน แหล่งน้ำใต้ดินในลักษณะต่างๆ

ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมาย ของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ ดินที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่

เป็นเกษตรกรรายย่อย ที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15 (45) แอมป์ ต่อ 1 ราย

ต้องสามารถออกใบแจ้งหนี้ ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2 (ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงิน ไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1 (เก่า) ทั้งสองมิเตอร์ ต้องอยู่ในเขตพื้นที่ ของการไฟฟ้าเดียวกัน

ค่าใช้จ่าย ในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (PEA. รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายการ ขยายเขต)

เอกสารที่ต้องเตรียม

ใบรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการ

สำเนาทะเบียนบ้าน

สำเนาโฉนดที่ดิน

สำเนาบัตรประชาชน

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า

5(15) แอมป์ ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท

15(45) แอมป์ 1 เฟส ค่าธรรมเนียม 6,450 บาท

15(45) แอมป์ 3 เฟส ค่าธรรมเนียม 21,350 บาท

วิธีการขอไฟฟ้าลงพื้นที่เกษตร  แต่ถ้าพื้นที่ของเรายังไม่มีอะไรเลยล่ะ จะทำยังไง วันนี้ผมมีขั้นตอน การขอไฟเกษตรตั้งแต่เริ่มต้น ว่ามีกระบวนการอย่างไรบ้าง ที่จะทำให้มีไฟเกษตร เข้ามาในพื้นที่ ว่าแล้วไปกันเลยครับ  ผมมีความตั้งใจ ที่จะทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์เป็นของตัวเอง ด้วยการสนับสนุน ของพ่อแม่บวกกับการลงมือทำ อย่างต่อเนื่องจนมีพืชหลากหลายชนิด แล้วในไร่ ระบบน้ำที่บริหารจัดการ โดยการเจาะน้ำบาดาล และการดูดน้ำจากลำห้วย ขึ้นมาใช้ก็เริ่มที่จะลงตัวบ้างแล้ว ระยะทางจากบ้าน มาถึงไร่ห่างกันประมาณ 10 กม. การเดินทางไปมา ค่อนข้างที่จะลำบาก ซึ่งเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ผมเลือกปลูกไม้ผลแทนการปลูกพืชผักไปก่อน เนื่องจากไม่ต้องดูแลทุกวัน  ผมวางแผนที่จะสร้างบ้านในพื้นที่ ตื่นเช้ามาได้ดูแลพืชผัก อย่างใกล้ชิด จึงเป็นสาเหตุ ของการขอไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในการทำเกษตร เพราะถ้ามีไฟฟ้า ก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

ในวันนี้ผมจะมีพูดถึงการขอไฟฟ้าเกษตร ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อจะได้เป็นแนวทาง ให้กับผู้ที่สนใจว่า จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง โดยมี 3 ขั้นตอนดังนี้

ขอบ้านเลขที่ แน่นอนว่าการขอไฟฟ้า มาลงที่บ้านของเรา ที่อยู่ในไร่นั้น จำเป็นที่จะต้องมีบ้านเลขที่ ในการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า ในการขอบ้านเลขที่นั้น ถ้าเป็นพื้นที่ห่างไกลหมู่บ้าน เราจำเป็นที่จะต้องสร้างเพิงพัก หรือทำเป็นบ้านถาวรเลยก็ได้ และสิ่งต่อไปที่ จะต้องสร้างควบคู่กัน กับบ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้นก็คือ ห้องน้ำนั่นเอง เพราะการมีห้องน้ำ จะเปรียบเสมือนว่าเราจะมาอยู่ถาวร (ถึงแม้ว่า ยังไม่ได้อยู่ถาวรตอนนี้ เลยก็ตาม) ฉะนั้นห้องน้ำจึงมีความจำเป็นมาก สำหรับใช้ประกอบหลักฐาน ในการขอบ้านเลขที่

หลังจากที่มีบ้านพัก เพิงที่พัก เถียงนา หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เหมือนกับที่พัก เราจะต้องถ่ายรูปที่พัก และห้องน้ำไปให้อนามัย ในพื้นที่มาตรวจพร้อม กับเซ็นต์เอกสารรับรอง การเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะ จากนั้นก็นำหนังสือ ไปยื่นกับผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้รับผิดชอบ ในการขอบ้านเลขที่ต่อไป  จากนั้นให้นำหนังสือรับรอง จากผู้ใหญ่บ้าน ไปยื่นต่อที่อำเภอเพื่อ ลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้เราก็จะมีสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมบ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อควรรู้  ในการขอไฟเกษตร ต้องดูแนวโน้มในพื้นที่ด้วยว่า จะมีไฟฟ้าเข้ามาด้วยหรือไม่ และต้องมีบ้านอยู่ในโซนเดียวกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป

ผมโชคดีที่ในพื้นที่ที่ผมอยู่ มีสหกรณ์รับซื้อน้ำนมโคดิบ จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รัศมีของสหกรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้มีเกษตรผู้เลี้ยงมากถึง 30-40 ฟาร์มด้วยกัน และในพื้นที่ไร่ของผม ก็มีผู้เลี้ยงอยู่ด้วยกัน 2 ฟาร์มโดยมีบ้านเลขที่แล้ว 2 หลัง รวมกับบ้านของผมเป็น 3 หลังซึ่งเข้าเกณฑ์ ในการขอไฟฟ้าเกษตรพอดี ในการขอไฟฟ้าเกษตร เราจะต้องรวมกลุ่มบ้าน ในโซนเดียวกัน 3 หลังขึ้นไป เพื่อขอไฟฟ้า ย้ำนะครับว่า 3 หลังขึ้นไปถึงจะมีน้ำหนักในการขอไฟฟ้า เข้าในพื้นที่ห่างไกลชุมชน แต่ถ้าในพื้นที่มีบ้านหลังเดียว ก็สามารถขอไฟฟ้าพิเศษได้ แต่ค่าไฟจะสูงกว่าปกติครับ

ยื่นเรื่องกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น นำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ของแต่ละท่าน อาจเป็น อบต. หรือเทศบาลก็แล้วแต่ ว่าพื้นที่ของเราอยู่ในเขตไหนนะครับ เจ้าหน้าที่ก็จะให้กรอกเอกสาร เพื่อรับรองโดยแนบสำเนาทะเบียนบ้าน ของเราและเพื่อนบ้าน ไปพร้อมกัน

ยื่นเรื่องที่การไฟฟ้าในอำเภอของตนเอง หลังจากที่ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เรียบร้อยแล้วก็นำเอกสารไปยื่น ไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอของเรา แล้วกรอกเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยื่นเรื่องไว้รอครับ และอย่าลืมถามความเป็นไปได้ ในการที่จะได้ไฟฟ้าเข้าในพื้นที่ด้วยนะครับ แนะนำให้รวมกลุ่มกันมาก ๆ 3 หลัง 5 หลังหรือมากกว่า จะทำให้มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ทางคุณแม่ผม ก็ได้ยื่นเรื่องไว้ที่องค์การไฟฟ้า ในอำเภอเรียบร้อยแล้ว โดยต้องรองบประมาณในรอบต่อไปครับ

สรุปการขอไฟเกษตรมาลงในพื้นที่

ขอบ้านเลขที่โดยจะได้สำเนาทะเบียนบ้าน

ยื่นเรื่องที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมกันตั้งแต่ 3 หลังขึ้นไป

ยื่นเรื่องไว้ที่องค์การไฟฟ้าในอำเภอ รอความคืบหน้า อย่าลืมสอบถามความเป็นไปได้ที่จะมีไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ด้วยนะครับ ข้อแนะนำ ในพื้นที่นั้น ๆ จะต้องมีแนวโน้วที่จะมีไฟฟ้าเข้าถึงด้วย

ที่มา: http://postnoname.com