หลายคนที่สนใจมาทำเกษตรมักบอกกับผมว่า “เราเป็นพนักงานประจำอยู่ เป็นมนุษย์เงินเดือน แล้วก็ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์เลย จะเริ่มต้นอย่างไรดี” ผมก็ต้องบอกแบบนี้เลยนะครับว่า “ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราจะต้องมีการวางแผนก่อน ถ้าแผนของเราดี โอกาสในการประสบความสำเร็จมันก็มีไปถึงครึ่งหนึ่งแล้วแหละครับ”

ซึ่งในบทความส่วนนี้ จะเป็นการขยายความจากคลิปวิดีโอที่ผมตกผลึกการวางแผนในการทำเกษตรอย่างยั่งยืนเอาไว้ จะมี 3 ข้อ ดังนี้ครับ

  1. ปลูกหลาย ๆ อย่าง
  2. ออกห่างความโลภ
  3. เติบโตด้วยการทำการตลาด

ปลูกหลาย ๆ อย่าง
แน่นอนว่าก่อนที่เราจะลงมือปลูก เราก็จะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพืชที่เราสนใจด้วยนะครับ การปลูกพืชหลาย ๆ อย่าง เป็นการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การทําเกษตรผสมผสานเข้ามาปรับใช้ ถ้าหากเราปลูกพืชเพียงแค่อย่างเดียว แปลว่าในอนาคต เราจะมีของขายเพียงแค่ชนิดเดียว เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการปลูกพืชหลายหลายอย่าง เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมถึงการเลี้ยงสัตว์แล้วก็การทำเกษตรในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย โดยเราอาจจะทำสวนเป็นแบบเบญจเกษตร มีการแบ่งระดับชั้นของพืชแต่ละชนิดให้สามารถปลูกในแปลงเดียวกันได้
ตรงนี้หลายท่านก็อาจจะสงสัยอีกนะครับว่า “ถ้าเราปลูกพืชหลาย ๆ อย่างในแปลงเดียวกัน มันจะไม่แย่งอาหารกันหรอ” ก็ตอบเลยว่า “ไม่เลยครับ”
ต้นไม้แต่ละชนิด มันกินอาหารคนละอย่างกัน อาหารที่ต้นไม้กินมีทั้งหมด 16 อย่าง แต่ละอย่างมันก็กินไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นจะไม่เป็นการแย่งอาหารกันแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเลยนะครับ การปลูกพืชหลายๆอย่างจะเป็นการสร้างสมดุลนิเวศ
ทำให้การระบาดของพวกโรคแมลงพืชลดน้อยลง เพราะจะมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดเข้ามาอยู่ในสวนเรา ทำให้เกิดการควบคุมปริมาณกันอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งเราก็ยังมีสินค้าขายหลายอย่างด้วย ถ้าหากอย่างใดอย่างหนึ่งราคาถูก เราก็ยังมีสินค้าตัวอื่นที่จะยังคงขายได้ราคาดีอยู่
ออกห่างความโลภ
อย่างที่ผมเคยบอกเอาไว้ในรายการทีวีตอนหนึ่งว่า “ให้เราเริ่มต้นจาก 1 2 3 ไปเรื่อย ๆ ตามสิ่งที่เรามีก่อน ตามความรู้ที่เรามี” ก็หมายถึงให้เราเริ่มทำจากความสามารถที่เรามีก่อน แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่มันก็สำคัญ เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายเกษตรของเรา

“จงใส่ใจและให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษกับการเริ่มต้นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะมันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของเราพลิกผันไปในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ได้”
สมมุติว่าเรามีพื้นที่อยู่ 20 ไร่ แล้วเราก็ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์เลย ผมอยากจะให้เราลองเริ่มทำสัก 2 ไร่ดูก่อนนะครับ เพราะถ้าเราเริ่มทำทั้งหมดเลย แล้วมันมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา แปลว่าเราจะต้องสูญเสียทั้งกำลังใจและเงินทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ ในพื้นที่ 2 ไร่นี้ ผมก็อยากให้เราลองทำหลายๆอย่างที่เราได้วางแผนเอาไว้ ตรงนี้มันก็จะเป็นห้องเรียนที่สอนประสบการณ์ให้กับเรา เพราะว่า “ความรู้ที่เราศึกษามา มันไม่ได้ใช้ได้กับทุกพื้นที่นะครับ บางอย่างเราจะต้องนำมาปรับใช้ให้มันเข้ากับพื้นที่ของเราเอง”

พอเรารู้สึกว่าเรามีความรู้มากขึ้นแล้ว เราก็ค่อยๆขยายต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะเป็นการก้าวอย่างมั่นคงนั่นเอง
เติบโตด้วยการทำการตลาด
ข้อนี้สำคัญมาก ๆ เลยครับ เพราะว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีสิ่งนี้อยู่ในตัว เรามักจะเรียนรู้แต่วิธีการผลิต วิธีการทำ แต่ว่าเราไม่ค่อยได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำการตลาดเลย เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ทำขายให้กับพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด เราอาจจะไม่ได้คิดว่าจริงๆแล้ว เราก็สามารถที่จะผลิตแล้วก็ขายให้กับผู้บริโภคโดยตรงได้เองนะครับ
ตอนนี้ผมอายุ 21 นะครับ ผมคิดว่าถ้าคุณอายุใกล้เคียงกับผม คุณจะต้องทำเก่งสักอย่างหนึ่งแหละครับ หรือว่าถ้าคุณมีอายุค่อนข้างมากแล้วหรือไม่ค่อยทันเทคโนโลยีเท่าไหร่ คุณอาจจะให้ลูกหลานทำก็ได้นะครับ เพราะว่าเด็กสมัยนี้เรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็วมาก บอกให้เขาช่วยเราทำหน่อย และเราก็ต้องมีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอบแทนให้เขาด้วยนะครับ เขาจะได้มีกำลังใจที่จะช่วยเราทำอย่างเต็มที่
ในอนาคตผมก็อาจจะเปิดสอนทำตลาดที่เจาะด้านสินค้าเกษตรไปเลย เพราะผมก็เห็นว่ามันไม่มีใครสอนจริงๆ ในช่วงที่ผมเริ่มทำแรก ๆ ผมก็ต้องศึกษาเอง จากการทำตลาดสำหรับธุรกิจอื่นๆ เช่น สินค้าสุขภาพความงาม, ร้านอาหาร, ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับการทำเกษตรเลย แต่ผมก็ดึงแก่นของการทำตลาดออกมาและนำมาปรับใช้จนเข้ากับการทำเกษตรได้
“การสร้างตลาดให้กับสินค้าเกษตร ผมคิดว่ามันจะสร้างความมั่งคั่งและก็ยกระดับฐานะของเกษตรกรได้มากเลยแหละครับ”

สรุปเลยนะครับ กฎ 3 ข้อ ในการวางแผนทำเกษตรอย่างยั่งยืน ข้อแรก ปลูกหลาย ๆ อย่าง ตรงนี้ก็จะเป็นการ “กระจายความเสี่ยง เลี่ยงการขาดรายได้” ข้อที่ 2 ออกห่างความโลภ ตรงนี้ก็จะเป็นการ “สั่งสมประสบการณ์ ผ่านการฝึกฝน” และสุดท้ายข้อที่ 3 เติบโตด้วยการทำการตลาด ตรงนี้ก็จะเป็นการ “ก้าวอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน”
ที่มา : ttps://www.blog-cocosth.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here