มะม่วงน้ำดอกไม้ (Nam Dok Mai) เป็นมะม่วงที่นิยมรับประทานสุก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น เนื่องจาก ผลสุกมีสีเหลืองทอง สวยงาม เนื้อมีสีเหลืองอมครีม เนื้อแน่นปานกลาง มีความนุ่ม และรสหวาน นิยมรับประทานเป็นผลไม้สุกหรือใช้ทำขนมหวาน อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง ไอศกรีม และแยม เป็นต้น

ปกติ คนทั่วไปจะรู้จักมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นอย่างดี แต่จะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้สายพันธุ์ดั้งเดิม มีผลวางขายทั่วไป ผลมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก และเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกินผลสุกเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีหลาก หลายยิ่งขึ้น เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้มัน เป็นต้น
นอกจากนั้น มะม่วงน้ำดอกไม้ชนิดที่ปลูกเพื่อกินผลสุกเพียงอย่างเดียว ยัง มีการปรับปรุงพันธุ์ ให้มีหลายเบอร์ตามขนาดของผลอีกด้วย แต่ที่ถือว่าอร่อยที่สุดและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบันได้แก่ “มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4” เนื่องจากมีข้อเด่นหลายอย่าง เช่น รูปทรงของผลสวยงาม ผลมีขนาดใหญ่พอเหมาะกับที่ผู้ซื้อไปรับประทาน เนื่องจากขนาดผลไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เป็นมะม่วงสายพันธุ์ที่ติดผลดก รสชาติขณะสุกหวานหอมอร่อยมาก

สามารถปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หรือปลูกเพื่อเก็บผลขายได้คุ้มค่าด้วย ซึ่งที่พบมีผลวางขายตามตลาดผลไม้ ทั่วไป จะเป็น “มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4” ทั้งสิ้น
ที่มามะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4
ปี 2518 ผศ.สนั่น ขำเลิศ ได้นำกิ่งพันธุ์น้ำดอกไม้ที่ออกดอกทะวาย จากต้นที่ปลูกอยู่ในแปลงรวมพันธุ์มะม่วงของสถานีฝึกนิสิตเกษตรปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อ. ปากช่อง นครราชสีมา
กิ่งพันธุ์ได้นำมาติดตาบนต้นตอมะม่วงแก้ว อายุประมาณ 1 ปีเศษ เมื่อติดตาแล้วปลูกลงถุงพลาสติก เลี้ยงดูจนยอดที่ติด โตสูงประมาณ 50 เซนติเมตร จึงเอาปลูกลงแปลงทั้ง 10 ต้น ระยะ ระหว่างต้น 1.50 เมตร ที่แปลงทดลองภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพ ฯ เมื่อเลี้ยงดู จนถึง ปี 2519 – 2520 มีการออกดอกในฤดูปกติทุกต้น เฉลี่ย 4.9 ช่อ ต่อต้น

ปี 2520 มีการออกดอกนอกฤดูทุกต้น เฉลี่ย 12.6 ช่อต่อต้น พบว่ามะม่วงน้ำดอกไม้ต้นที่ 4 มีการออกดอกนอกฤดูที่เรียกว่าออกดอกทะวายมากที่สุดคือ 23 ช่อต่อต้น ต่อมา ปี 2522 จึงได้ขยายพันธุ์มะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายจากต้นนี้ ออกจำหน่ายให้เกษตรกรปลูกโดยตั้งชื่อว่า น้ำดอกไม้ทะวาย เบอร์ 4 จุดประสงค์เพื่อให้มีมะม่วงน้ำดอกไม้ทะวายรับประทานกันมากขึ้น เกษตรกรขายผลมะม่วงได้ราคา
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น มะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีอายุประมาณ 15-20 ปี ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ลำต้นแตกกิ่งน้อย แลดูเป็นทรงพุ่มโปร่ง เปลือกลำต้นสีดำอมเทา

ใบ มะม่วงน้ำดอกไม้ ออกเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันบนกิ่งแขนง ใบมีรูปหอก โคนใบสอบแหลม ปลายใบแหลม ขอบใบโค้งเป็นลูกคลื่น แผ่นใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม และเป็นมัน
ดอก มะม่วงน้ำดอกไม้ ออกดอกเป็นช่อแขนงที่ปลายกิ่ง บนช่อแขนงมีดอกย่อยจำนวนมาก แต่ละดอกย่อยมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ และกลีบดอก 5 กลีบ

ผล และเมล็ด ผลมะม่วงน้ำดอกไม้ มีลักษณะอ้วนจนถึงเกือบกลม ผลด้านขั้วผลมีขนาดใหญ่ และเล็กลงที่ท้ายผล ขนาดผลกว้างประมาณ 6.5-7.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 12-15 เซนติเมตร มีน้ำหนักต่อผลประมาณ 250-400 กรัม หรือมากกว่า ผลอ่อนมีสีเขียวนวล ผลสุกมีสีเหลืองครีมหรือเหลืองทอง เปลือกค่อนข้างบาง จึงซ้ำง่าย ส่วนเนื้อผลมีสีเหลืองอมครีม เนื้อละเอียด มีรสหวาน และมีกลิ่นหอม ส่วนเมล็ดมีขนาดเล็ก และแบนลีบ ไม่มีเส้นใย
มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง รูปรีแกมรูปใบหอก ปลายแหลม โคนมน เนื้อใบค่อนข้างหนา สีเขียวเข้มเป็นมัน

ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอด แต่ ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยขนาดเล็กสีนวลจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอม”ผล” รูปกลมรี ยาว ปลายผลย้วยสวยงามมาก เวลาติดผลจะเป็นพวง 3-5 ผล ผลโตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 1 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม หรืออาจหย่อนเล็กน้อย เมล็ดลีบ ให้เนื้อเยอะ ผลดิบเป็นสีเขียว มีนวล (ภาพเสนอประกอบคอลัมน์สีไม่เขียวเพราะถูกห่อกระดาษป้องกันแมลง) รสชาติขณะดิบเปรี้ยวจัด ฉ่ำน้ำ สับทำยำมะม่วงหรือส้มตำมะม่วง รสแซบจี๊ดจ๊าดมาก เมื่อสุกเนื้อในเป็นสีเหลืองอมส้มนิดๆ รสชาติหวานหอมชื่นใจมาก ติดผลปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง เสียบยอด และทาบกิ่ง
ที่มา: http://www.ku.ac.th
https://www.thairath.co.th

เกี่ยวกับเรา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here